วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'ทีพีซี' ยืนยัน ไร้เงา 'จีนเทา' เป็นเมมเบอร์ ถือบัตร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด

'ทีพีซี' ยืนยัน ไร้เงา 'จีนเทา' เป็นเมมเบอร์ ถือบัตร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด

‘ทีพีซี’ ยันไม่มี ‘จีนเทา’ ถือบัตรสมาชิก ‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด’ ผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ‘มนาเทศ’ เผยเป้าหมายใหญ่ของบริษัท ลุยทำยอดขายบัตรทะลุครึ่งแสนคนภายในปีงบฯ 2568 กางแผนเปิดตัวการปรับโฉมบัตรใหม่ครั้งใหญ่ไตรมาส 4 นี้ เตรียมเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์

นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง 1 เดือน กล่าวว่า จากสถานการณ์ “จีนเทา” หรือคนจีนที่แอบแฝงเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย บริษัทได้รับข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีจีนเทาถือบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด

ขณะที่การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเป็นสมาชิกบัตรรายใหม่มีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น จะไม่รับคนที่มาด้วยวีซ่ามูลนิธิ และวีซ่าศึกษาพระธรรม ตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ร้องขอมา ทั้งนี้การส่งข้อมูลผู้สมัครบัตรไปยังสำนักข่าวกรองจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น ใช้เวลาตั้งแต่ 45-90 วัน

++ ตั้งเป้าเพิ่มเมมเบอร์แตะครึ่งแสนปี 68

สำหรับเป้าหมายของบริษัท ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกบัตรเป็น 50,000 คนภายในปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2567-ก.ย.2568 จากปัจจุบัน (ณ เดือน มี.ค. 2566) มีจำนวนสมาชิกบัตร 24,000 คน และภายในปีงบประมาณ 2566 จะเพิ่มยอดให้ถึง 30,000 คน โดยคาดว่าตลอดปีนี้จะมีชาวต่างชาติผู้ถือบัตรมาพำนักในไทยมากถึง 15,000-20,000 คน นิยมพำนักที่กรุงเทพฯมากที่สุด รองลงมาคือภูเก็ต และเชียงใหม่

เมื่อดูโครงสร้างสมาชิกบัตรรายตลาด พบว่าจากจำนวน 24,000 คน มีชาวจีนมากเป็นอันดับ 1 ครองสัดส่วน 38% รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น 8% สหรัฐ 6% สหราชอาณาจักร 6% และเกาหลี 5%

 

++ รุกทำตลาด 'รัสเซีย' ซื้อบัตรฯ หาที่หลบภัยสงคราม

ส่วนตลาดอื่นๆ ที่บริษัทจะทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น มีทั้งตลาดรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 3% ติดใน 10 อันดับแรก จากปัจจัยเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ชาวรัสเซียต้องการหนีสงครามมาพำนักระยะยาวในไทย เห็นได้จากการเติบโตของยอดขายคอนโดมิเนียมใน จ.ภูเก็ต แม้ตอนนี้ตัวเลขยอดขายบัตรแก่ชาวรัสเซียจะยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องเร่งศึกษาตลาดเพื่อเข้าถึงชาวรัสเซียมากขึ้น

“หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านไป มีการผ่อนคลายเปิดประเทศ ทำให้เห็นเทรนด์การย้ายถิ่นฐาน เช่น ชาวรัสเซีย อินเดีย จีน ฮ่องกง และไต้หวัน มากขึ้น โดยประเทศไทยมีจุดขายเรื่องความคุ้มค่าเงิน ทำให้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี มีสงคราม ผู้คนต่างมองหา Shelter ที่ปลอดภัย แล้วประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ง่าย สบาย นี่คือปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายบัตร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด”

 

++ จ่อเปิดตัว 'ปรับโฉมบัตรใหม่' ครั้งใหญ่ในไตรมาส 4

นายมนาเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ (ต.ค.-ธ.ค.2566) บริษัทมีแผนจะเปิดตัวการปรับโฉมบัตรในรูปแบบใหม่ (Relaunch) ครั้งใหญ่ ทั้งในมิติบัตรใหม่ สิทธิประโยชน์ใหม่ รูปลักษณ์และอัตลักษณ์ใหม่ รวมถึงแนวทางสื่อสารการตลาดใหม่

บริษัทจะปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น ด้วยการสรรหาพันธมิตรคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นไดน์นิ่ง ชอปปิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ มีอิสระทางการเงิน ครอบคลุมกลุ่มคนทำงาน ผู้เกษียณอายุ ดิจิทัลนอแมด กลุ่มนักลงทุน กลุ่มผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทย รวมไปถึงกลุ่มองค์กร (Corporate) เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับ ตลอดระยะเวลาการพำนักระยะยาวในไทย

“มีความเป็นไปได้ว่าก่อนการปรับโฉมบัตรรูปแบบใหม่ อาจขึ้นราคาบัตรสมาชิก จากปัจจุบันราคาเริ่มต้น 6 แสนบาท และสูงสุด 2 ล้านบาท เพราะมองว่าด้วยสิทธิประโยชน์ที่มอบให้สมาชิกขณะนี้ มีโอกาสในการปรับราคาขึ้นได้”

 

++ ครึ่งแรกปี 66 ยอดขายดีผ่านมาครึ่งทาง สู่เป้า 10,000 ใบ

หลังจากผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-มี.ค.2566) ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรสมาชิกกว่า 3,147 ล้านบาท เติบโต 262% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากยอดขายบัตรสมาชิก 5,041 ใบ เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 254%

“เฉพาะปีงบประมาณ 2566 บริษัทจะขายได้ตามเป้าหมาย 10,000 ใบ เติบโต 100% จากยอดขายปีที่แล้ว มั่นใจว่าทำได้ตามเป้าหมาย หลังจากผ่านมาครึ่งทางแล้ว โดยคาดว่าเป้ายอดขายดังกล่าวจะทำรายได้ 6,000-7,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรภายในประเทศไทยปีนี้อีกประมาณ 3,000 ล้านบาท น่าจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศไทยได้กว่า 10,000 ล้านบาท”