ท่องเที่ยว 'พัทยา' โฉมใหม่! AWC รุกเมกะโปรเจค 'อควอทีค' มิกซ์ยูส 2 หมื่นล้าน

ท่องเที่ยว 'พัทยา' โฉมใหม่!  AWC รุกเมกะโปรเจค 'อควอทีค' มิกซ์ยูส 2 หมื่นล้าน

ภาคท่องเที่ยว "พัทยา" ในยุคใหม่หลังโควิด-19 คลี่คลายน่าจับตา เหล่าทุนใหญ่และเชนโรงแรมระดับโลกต่างเชื่อมั่นในศักยภาพ เดินหน้าเติมเกมรุกต่อเนื่อง! หนึ่งในนั้นคือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้ "ทีซีซี กรุ๊ป" ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี

กับแผนลงทุนกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทสำหรับโครงการในพัทยา รวมถึงเมกะโปรเจค "อควอทีค" (Aquatique) ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่จะร่วมยกระดับพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวริมทะเลระดับโลก!

โครงการ อควอทีค ตั้งเป้าเปิดโฉมใหม่ของพัทยาในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวชั้นนำของไทย ให้เป็นแหล่งรวมความสนุกระดับไอคอนใจกลางพัทยา ประกอบด้วย ศูนย์การค้าระดับลักชัวรี โรงแรม ธีมปาร์ค พื้นที่สำหรับศิลปะการแสดง และซีฟู้ดมาร์เก็ต

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า AWC ได้ร่วมมือกับเครือ “อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป” หรือ IHG หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจโรงแรม ด้วยการลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหาร “โรงแรมคิมป์ตัน พัทยา” (Kimpton Pattaya) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ สอดคล้องกลยุทธ์องค์กรในการพัฒนาสินทรัพย์คุณภาพบนทำเลศักยภาพ ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวผ่านแบรนด์โรงแรมชั้นนำ

“โรงแรมคิมป์ตัน พัทยา เป็นโรงแรมคิมป์ตันแห่งที่ 2 ของ AWC มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ อควอทีค เมกะโปรเจคของ AWC ที่จะร่วมยกระดับพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวริมทะเลระดับโลก”

ท่องเที่ยว 'พัทยา' โฉมใหม่!  AWC รุกเมกะโปรเจค 'อควอทีค' มิกซ์ยูส 2 หมื่นล้าน

โดยได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “ช่วงเวลาอันน่าจดจำสำหรับการพักผ่อนด้วยพลังบําบัดแห่งธรรมชาติ” (Precious time to relax with the healing power of nature) มีห้องพักจำนวน 193 ห้อง พร้อมร้านอาหารและบาร์ รูฟท็อปบาร์ สระว่ายน้ำ ห้องออกกําลังกายและศูนย์สุขภาพ รวมถึงห้องประชุมและห้องบอลรูม

นอกจากนี้ยังได้ถูกออกแบบเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัวและสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ รวมถึงการนำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน กลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนไปพร้อมกับการทำงาน (Bleisure)

ราจิต สุกุมารัน กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ไอเอชจี หนึ่งในเชนโรงแรมระดับโลก กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามสัญญาของ “คิมป์ตัน โฮเต็ล แอนด์ เรสเตอรองส์” แห่งที่ 5 ในประเทศไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นของเจ้าของโรงแรมที่มีต่อแบรนด์ IHG จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงแรมคิมป์ตัน พัทยา จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ IHG เป็นผู้นำตลาดในพัทยา ควบคู่ไปกับโรงแรมอื่นๆ ของ IHG ไม่ว่าจะเป็น “วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น พัทยา” ที่ตั้งอยู่ในโครงการอควอทีค พัทยา รวมถึงอีก 2 โรงแรมอย่าง อินเตอร์คอนติเนนตัล พัทยา และ ฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา

สรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า “พัทยา” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักที่ “เชนโรงแรมระดับนานาชาติ” เดินหน้าขยายโรงแรมอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการช่วย “อัพราคาห้องพัก” ของภาพรวมโรงแรมในพัทยา

โดยปัจจุบันโรงแรมในพัทยาส่วนใหญ่ยังคงเน้นขายห้องพัก “ราคาเท่าเดิม” เหมือนปี 2562 ก่อนโควิด เพื่อส่งเสริมตลาดให้กลับมาก่อน แม้กำไรจะน้อยก็ตาม ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ย ถ้าเป็นโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักจะอยู่ที่ระดับ 80% โรงแรมที่ได้นักท่องเที่ยวไทยมีอัตราการเข้าพัก 50-60% ในช่วงวันธรรมดา ขณะที่โรงแรมรับตลาดประชุมสัมมนาเป็นหลัก ลูกค้าก็กลับเข้ามาแล้ว

ด้านสถานการณ์ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ในพัทยาช่วงนี้ ตลาด “รัสเซีย” ยังคงมาแรงจนถึงปลายเดือน เม.ย. ขณะที่ตลาดอื่นๆ ในเอเชีย พบว่าเวียดนามมาแรงมาก ส่วนเกาหลีใต้ถือว่ากระแสการเดินทางค่อนข้างมากทีเดียว ขณะที่จีน เริ่มมีการขายแพ็กเกจทัวร์แล้ว

อโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเริ่มเห็น “นักท่องเที่ยวจีน” เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) คาดว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาพัทยาและ จ.ชลบุรี ราว 2.5 ล้านคน คิดเป็น 50% ของเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 5 ล้านคน

ด้าน วิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชลบุรี เล่าว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี หลังผ่านยุคโควิด พบว่ามี “แหล่งท่องเที่ยว” กลับมาเปิดให้บริการกว่า 30 แห่ง ฟื้นตัวประมาณ 60% เมื่อเทียบยุคก่อนโควิดที่เปิดให้บริการมากกว่า 50 แห่ง

โดยบางแห่งได้ลงทุนปรับโฉมใหม่ เช่น “สวนน้ำ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส” ซึ่งรีแบรนด์จาก สวนน้ำ การ์ตูน เน็ตเวิร์ค อเมโซน ขณะที่โรงแรมใหม่ต่างทยอยเปิดตัว โครงการที่ได้รับการตอบรับดีมากคือ “โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” ของกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ซึ่งเป็นโรงแรมธีมอวกาศที่ได้รับความนิยมสูง และจองห้องพักยากมากๆ ในตอนนี้

นอกจากนี้ พัทยายังเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานอีเวนต์และเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลดนตรี “พัทยา มิวสิก เฟสติวัล 2023” ที่มีกำหนดจัดงานทุกวันศุกร์และเสาร์ตลอดเดือน มี.ค.นี้ และเทศกาลดนตรี “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ต่างเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับเมืองพัทยาและ จ.ชลบุรี สู่จุดหมายด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

“สำหรับแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยว จ.ชลบุรี ปี 2566 คาดการณ์ว่าจำนวนและรายได้จะเติบโต 11% จากปีที่แล้ว เพิ่มเป็น 14.23 ล้านคน และสร้างรายได้ 82,361 ล้านบาท หลังสถานการณ์ท่องเที่ยวเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ”

“ชลบุรี” จึงถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง ทั้งในด้านที่พัก ร้านอาหาร ศูนย์การประชุม แหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า สปา และสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐานระดับโลกกว่า 20 สนาม มีพื้นที่ติดทะเล เหมาะกับการพักผ่อน และทำกิจกรรมหลากหลาย การเดินทางสะดวก ทั้งทางรถ ทางเรือ และเครื่องบิน