วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

"ท่องเที่ยว" กองหน้าเศรษฐกิจไทย! บุกทะลวงทวง "ยุคทอง" ทัวริสต์ 40 ล้านคน

"ท่องเที่ยว" กองหน้าเศรษฐกิจไทย! บุกทะลวงทวง "ยุคทอง" ทัวริสต์ 40 ล้านคน

“ภาคท่องเที่ยว” รับตำแหน่ง “กองหน้า” ของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลุยทวงคืน “ยุคทอง” ที่ปี 2562 เคยสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3 ล้านล้านบาท หลังตัวเลขของภาคส่งออกติดลบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปัจจุบัน

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หากเปรียบเป็นกีฬาฟุตบอล ภาคท่องเที่ยวในฐานะ "กองหน้า" ของเศรษฐกิจไทย ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการลากเลื้อย หาช่องว่างเข้าทำประตู ตีตลาดให้สำเร็จ! บรรลุเป้าหมายปี 2566 สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.38 ล้านล้านบาท ฟื้นตัว 80% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนวิกฤติโควิด-19 โดยแบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25-30 ล้านคน ส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ 8.8 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยไม่น้อยกว่า 160 ล้านคน-ครั้ง

ภายใต้ “ปีท่องเที่ยวไทย 2566” (Visit Thailand Year 2023: Amazing New Chapters) ททท.ได้วางธีมการทำตลาดใหม่ "Keep Travelling, Amazing Again" ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาคท่องเที่ยวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ “ออกเดินทาง” (Keep Travelling) อย่างต่อเนื่อง!

"ท่องเที่ยว" กองหน้าเศรษฐกิจไทย! บุกทะลวงทวง "ยุคทอง" ทัวริสต์ 40 ล้านคน

ด้วยการส่งเสริมตลาดร่วมกับสายการบินให้กลับมาทำการบิน 80% จากทั้งการฟื้นเส้นทางบินเก่า เปิดเส้นทางบินใหม่ และให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) พร้อมผลักดันอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ย 80-90%

“เรามองว่าความสำเร็จไม่ใช่แค่การฟื้นปริมาณเที่ยวบินกลับมา แต่หมายรวมถึงการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง (Ease of Travelling) ด้วย เพราะตอนนี้ยังเกิดปัญหาคอขวดที่สนามบิน ขาดแคลนแรงงาน กระทบต่อการให้บริการนักท่องเที่ยว”

ขณะเดียวกัน ททท.ต้องสื่อสารการตลาดและทำแบรนดิ้งให้ประเทศไทย สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หรือ “Thailand All Year Round” ปิดช่องความแตกต่างของกระแสนักท่องเที่ยวระหว่างไฮซีซันกับโลว์ซีซัน พร้อมโปรดักต์ระดับไฮไลต์เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน! โดยเฉพาะ “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ทั้ง 5F : Food Film Fashion Festival Fight ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้คนออกเดินทาง

ส่วนการทวงคืน “ความมหัศจรรย์” ให้กลับมาอีกครั้ง (Amazing Again) มีทั้งมิติเป้าหมายฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ให้กลับไปเท่าเดิม ดั่งเช่น “ยุคทอง” เมื่อปี 2562 ซึ่งเคยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ทำรายได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก! พร้อมร่วมมือกับผู้ประกอบการ ปรับเปลี่ยนจากโปรดักต์แคตตาล็อก เป็น “เมนูประสบการณ์” สร้างความมหัศจรรย์ใจแก่นักท่องเที่ยวซึ่งต่างคาดหวังได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่า จากการกลับมาซื้อสินค้าท่องเที่ยวบริการในระดับราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่าปี 2562

หลังจากในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (1 ม.ค.- 28 ก.พ.) สถานการณ์ท่องเที่ยวภาพรวมยังคงฟื้นตัวดีต่อเนื่อง มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยสะสม 4.2 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 1.42 แสนล้านบาท ทำให้ ททท.เชื่อว่าจะยังเห็นภาพ “เที่ยวล้างแค้น” ไปอีกสักพัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว “ตลาดจีน” ที่ต้องรอการฟื้นตัวชัดเจนในช่วงตารางบินฤดูร้อนนี้

ล่าสุด ททท.ได้ยื่นเรื่องไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว เพื่อชงข้อเสนอแก่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่ออายุมาตรการขยายระยะเวลาพำนักของวีซ่า จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.2566 ขยายมาตรการให้สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2566 ทั้งแบบฟรีวีซ่า ขยายระยะเวลาพำนักจากเดิมไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน และแบบวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival: VoA) ขยายจากเดิมไม่เกิน 15 วัน เป็นไม่เกิน 30 วัน

ด้านนักท่องเที่ยว “ตลาดยุโรป” ประเมินว่าจะยังคงออกเดินทางแม้มี “ปัจจัยลบ” รุมเร้า! ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงานปรับสูงขึ้น โดย ททท.ตั้งเป้าหมายปีนี้มีนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางมาไทย 6 ล้านคน ฟื้นตัว 80% จากเคยได้ถึง 8 ล้านคนเมื่อปี 2562 ใช้จ่ายเฉลี่ย 70,000 บาทต่อคนต่อทริป สร้างรายได้ราว 4.2 แสนล้านบาท ปัจจุบันนักท่องเที่ยวยุโรปจากหลายประเทศมีจำนวนวันพักเฉลี่ยเกิน 20 วันหลังไทยเปิดประเทศเต็มรูปแบบ เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยพักไม่น้อยกว่า 18 วัน

“จากการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานต่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ได้สั่งการว่าต้องจับปลาตัวใหญ่ ใช้จ่ายคุณภาพ พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ ททท.สำนักงานดูไบ ดึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมาช่วยเติมในเดือน ก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันที่ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปตกท้องช้าง โดยจะได้นักท่องเที่ยวจีนมาช่วยพยุงภาพรวมตลาดต่างชาติเที่ยวไทยอีกแรง”

ยุทธศักดิ์ เล่าเพิ่มเติมว่า ททท.ได้เข้าร่วมงาน Internationale Tourismus Borse หรือ “ITB Berlin” ซึ่งเป็นมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่อันดับ 1 และสำคัญที่สุดของโลก จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 56 ณ ศูนย์การจัดนิทรรศการ Messe Berlin Exhibition Ground กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค. ในครั้งนี้ ททท. ได้เข้าร่วมงาน ITB Berlin เป็นครั้งที่ 48 นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย 70 ราย พร้อมด้วยการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เข้าร่วมงานเพื่อเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจาก 180 ประเทศทั่วโลก

“ประเทศไทยยังคงยืนหนึ่งในการเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยุโรป และน่าจะเป็น Preferred Destination ในช่วง 1-2 ปีนี้ หลังจากนั้นต้องติดตามว่าประเทศไหน เช่น ภายในภูมิภาคอาเซียน จะเข้ามาเป็นตลาดเกิดใหม่ คู่แข่งของประเทศไทย”