Wealth of Wisdom "ปตท.-เจบีพี" ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

Wealth of Wisdom "ปตท.-เจบีพี" ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

หลักสูตร Wealth of Wisdom : WOW#1 ขุมทรัพย์แห่งปัญญา รอบรู้ทุกมิติการลงทุน สู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและธุรกิจมาร่วมถ่ายทอดแนวคิดให้กับนักธุกิจรุ่นใหม่

จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แผนกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้เข้าร่วมหลักสูตร Wealth of Wisdom: WOW#1 กล่าวว่า ปตท. ได้เตรียมการรับกระแสการดิสรัปชันและเมกะเทรนด์โลกโดยการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ขององค์กรสู่ "Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังงานแห่งอนาคต"

ปัจจุบัน ปตท. เริ่มรุกดำเนินธุรกิจรับโอกาสใหม่ ประกอบด้วย ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารเสริมและอาารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงการพัฒนาอีโคซิสเต็มและซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

ทั้งนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมีธุรกิจเดิมที่ดำเนินคือ ธุรกิจก๊าซ โดยเน้นแอลเอ็นจีด้วยการเป็นผู้นำเข้าและจำหน่าย สำหรับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศเริ่มเปลี่ยนจากการค้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป มาเป็นการค้าพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงการขายคาร์บอนเครดิต

"ธุรกิจที่ผมดูแลคือ ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย เกี่ยวข้องกับโรงกลั่น ปิโตรเคมี และธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก (โออาร์) ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมาย โดยมองเทรนด์ 3-5 ปีข้างหน้า ที่ตลาดอีวีจะเพิ่มขึ้น ในตลาดยานยนต์ไทยปี 2030 ทำให้ธุรกิจน้ำมันจะต้องเตรียมตัวกับการถูกดิสรัป โดยเปลี่ยนจากโรงกลั่นไปสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งจะเจาะกลุ่มเคมีภัณฑ์ขั้นสูง อาทิ พลาสติกเกรดทางการแพทย์"

Wealth of Wisdom "ปตท.-เจบีพี" ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

ส่วนธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ขยับไปทำเรื่องไลฟ์สไตล์และโมบิลิตี้ ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

"เส้นทางการเติบโตของผมมาไกลและค่อนข้างเร็ว ปัจจุบันผมอยู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ในวัย 52 ปี โดยในวัยเริ่มต้นทำงาน หลักการที่ผมยึดถือ คือ ทำงานที่คนอื่นเค้าไม่ทำกัน ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้งานและมีประสบการณ์ที่หลากหลายและเปิดประตูบานใหม่"

สำหรับวัยที่เริ่มเป็นหัวหน้า จะเริ่มคิดให้แตกต่างและมองหาโอกาสใหม่ของธุรกิจไปสู่น่านน้ำสีน้ำเงิน (Blue Ocean Market) ด้วยการคิดแบบนวัตกรรมและมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ต่อเนื่อง

ขณะที่ปัจจุบันในฐานะฝ่ายบริหารจะมีวิธีคิดที่ต้องทำงานอย่างมีความสุข และทำให้คนรอบตัวในที่ทำงานมีความสุข ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของการทำงานมีประสิทธิผลและยั่งยืนมากกว่า

"การอบรมหลักสูตร Wealth of Wisdom หรือขุมทรัพย์แห่งปัญญา มีข้อเด่นสำคัญคือ ความหลากหลายของผู้ร่วมอบรมและวิทยากร ที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดและเปิดรับมุมมองที่แตกต่างทั้งช่วงวัยและอาชีพการงาน รวมทั้งการศึกษาเคสตัวอย่างของการทำโมเดลธุรกิจยั่งยืน และการวิเคราะห์โอกาสการลงทุนในอนาคต"

Wealth of Wisdom "ปตท.-เจบีพี" ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

ศราวุฒิ รัชนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.บี.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัดและนายกสมาคมผู้ผลิตสีไทย หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม กล่าวว่า "เจบีพี" แบรนด์สีทาอาคารสัญชาติไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีทาบ้านและสีอุตสาหกรรมมา 46 ปี ซึ่งวางขายตามโมเดิร์นเทรด รวมทั้งมีไลน์โปรดักส์ใหม่ เจบีพีโฮม เป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในบ้านและใช้ในชีวิตประจำวันโดยใช้สารสกัดธรรมชาติ ได้แก่ สเปรย์ดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาฉีดผ้าเรียบ และขยายโปรดักส์ในกลุ่มนี้มากขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์แห่งอนาคต

"การเติบโตในอนาคตจะโตคนเดียวไม่ได้ และการโตที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก็ไม่ใช่การโตที่ยั่งยืน ในมุมมองของผมการเติบโตต่อไปจะต้องเป็นอย่างยั่งยืน มุ่งเศรษฐกิจสีเขียว และบริษัทก็มีความสุขด้วย"

ทั้งนี้ บริษัทมีโครงการ "One World One Future Together" ร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรซัพพลายเชน ได้แก่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด และ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับห่วงโซ่การผลิตเคมีตั้งแต่ต้นทางในการรับผิดชอบต่อสั่งคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกันและเติบโตด้วยกัน ทั้งผู้ผลิตภาชนะ ผู้ผลิตโปรดักส์ รวมถึงผู้จัดจำหน่าย

รวมทั้งหลังจากนี้จะนำความชำนาญของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการที่ดีต่อโลกและยั่งยืน หรือ "กรีนซัพพลายเชน" โดยหลังจากนี้จะผลักดันการผลิตกรีนเข้าสู่การผลิตแบบหมุนเวียน เช่น รับผลิตภัณฑ์จากผู้บริโภคกลับมาที่ต้นทางเพื่อหมุนเวียนกลับไปใช้ใหม่

"แน่นอนว่า ช่วงเริ่มต้นที่เราทำภาชนะถังสีกลับมารีไซเคิลมีต้นสูงกว่าการผลิตถังสีแบบปกติ แต่การผลักดันต้องมีผู้ริเริ่มก่อน ซึ่งในฐานะนายกสมาคมผู้ผลิตสีไทย จะขับเคลื่อนด้านการพัฒนาสีเขียวอย่างยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอน โดยเมื่อชักชวนสมาชิกให้มาร่วมกันสุดท้ายต้นทุนตรงนี้จะลดลง"

ในตอนนี้ การนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลอาจมีต้นทุนสูงกว่าการผลิตใหม่ แต่ในอนาคตราคาน้ำมันจะสูงขึ้น รวมทั้งแรงกดดันเทรนด์ลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การเก็บภาษี จะทำให้ต้นทุนการรีไซเคิลระยะยาวลดลงและถูกกว่าการผลิตพลาสติกจากน้ำมัน

สำหรับ เจบีพี โดยเฉพาะกลุ่มสีน้ำทาอาคาร จะเริ่มเปลี่ยนภาชนะทั้งหมดเป็นพลาสติกที่มาจากการรีไซเคิล รวมทั้งลดใช้สีน้ำมัน การทำออแกนิคเพ็นท์จากพืช ซึ่งเป็นโอกาสเติบโตของกลุ่มสีทาภายใน

ส่วนอนาคตจะขยายตลาดส่งออกไปกลุ่ม CLMV มากขึ้นหลังจากเริ่มทำตลาดไม่นาน แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตด้านการก่อสร้างดี อาทิ โครงการหมู่บ้านจัดสรร ขณะที่การเติบโตด้านสีอุตสาหกรรมในไทยเริ่มอิ่มตัวเพราะค่าแรงสูงขึ้น ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์เจบีพี โฮมส์ จะพัฒนาโปรดักส์ใหม่ที่เหมาะสำหรับชีวิตประจำวัน โดยขายในช่องทางกลุ่มลูกค้าเดิมและช่องทางออนไลน์เป็นหลัก

แนวคิดด้านการบริหารมีสิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นคือ การใช้ใจทำงานเป็นแรงขับเคลื่อนด้านบวกที่สร้างความต่างให้การทำงาน โดยยุคนี้การมีความรู้อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีความสุขในการทำงานด้วยถึงจะเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการมองเรื่องความยั่งยืนขององค์กรและการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจะเป็นเทรนด์ที่บริษัทจะก้าวไป

"ผมอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมี Wealth จากคุณพ่อ ส่วน Wisdom ด้านการบริหารจัดการที่มีไม่มาก การเข้าร่วมหลักสูตร WOW เลยเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้การลงทุน และได้เจอคนในแวดวงธุรกิจที่อยู่คนละอุตสาหกรรมที่ไม่มีโอกาสได้พบปะได้ง่าย ซึ่งการร่วมหลักสูตรนี้จะช่วยให้เติบโตไปได้อีกหลายขั้นอย่างรวดเร็ว และเปิดมุมมองเห็นโอกาสใหม่ในการขยับขยายของธุรกิจ" ศราวุฒิ ทิ้งท้าย