วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

Apple จะขยายฐานการผลิตในเวียดนาม แล้วประเทศไทยล่ะ ???

Apple จะขยายฐานการผลิตในเวียดนาม แล้วประเทศไทยล่ะ ???

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข่าวคราวของการขยายฐานการผลิตของ Apple ในประเทศเวียดนามซึ่งคราวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ประเภท MacBook และ Apple Watch โดยที่ก่อนหน้านี้ Apple ได้มีฐานการผลิตของ iPad และ AirPod ในเวียดนามมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

จริงอยู่ส่วนหนึ่งอาจมีผลมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนที่มีมากขึ้นทุกวันจนทำให้ Apple มีความจำเป็นที่จะต้อง Diversify ฐานการผลิตออกจากประเทศจีน

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวคราวของธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ เช่น Samsung ซึ่งก็พยายามที่จะ Diversify ฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเช่นกัน

เป็นที่แน่นอนว่าประเทศที่ถูกเลือกเป็นฐานการผลิตโดย Apple ในฐานะธุรกิจที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกของวันนี้ที่ราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 100 ล้านล้านบาท จะได้รับทั้งเงินลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงจากธุรกิจอันดับหนึ่งของโลก

และเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมที่จะสามารถขยายผลทางอ้อมได้อีกหลายรอบจนส่งผลสู่พัฒนาการของประเทศที่สามารถวัดผลได้ด้วยตัวชี้วัดในระดับสากลอย่างเช่น IMD World Digital Competitiveness เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีอย่างนี้จะต้องทำอย่างไรถึงจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย

จากหลายแหล่งข้อมูลจะพบว่าการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของการลงทุนทั้งหมดในอาเซียน

ในปีที่แล้ว 2021 หากการลงทุนทั้งหมดในอาเซียนเปรียบเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จะมีการลงทุนเข้าในในประเทศไทยเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ซึ่งต่ำกว่าอินโดนีเซียที่ 51, สิงคโปร์ 32, ฟิลิปปินส์ 9 และมาเลเซีย 4 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทยจะเทียบเท่ากับเวียดนามที่ 3 เปอร์เซ็นต์

อาจจะสรุปได้เลยว่าการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศไทยจะสูงกว่าเพียงแค่ พม่า ลาว และกัมพูชา ในอาเซียนเท่านั้น

ซึ่งเป็นความแตกต่างจากกว่าทศวรรษก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงที่ไทยเคยอยู่ในระดับแนวหน้าของอาเซียนจะเป็นรองเพียงแค่สิงคโปร์เพียงเท่านั้น

แต่ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศที่เคยอยู่ข้างหลังประเทศไทยอย่างเช่นอินโดนีเซียฟิลิปปินส์มาเลเซียและเวียดนามกลับมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วเคยสงสัยไหมว่าประเทศเหล่านี้เขาสามารถทำได้อย่างไร

ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ รวมทั้งมาตรการล่าสุดของภาครัฐที่พยายามแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ได้ถูกกล่าวถึงในหลายบทความก่อนหน้านี้แล้วซึ่งล้วนเป็นมาตรการที่ยอดเยี่ยมของภาครัฐเพียงแต่ประเทศไทยอาจจะช้าไปที่เพิ่งมาเริ่มตื่นตัวเอาในยุคนี้ ในขณะที่ประเทศอื่นได้เริ่มต้นกระบวนการของการพัฒนาอุตสาหกรรมมาก่อนหน้าเรามาเป็นทศวรรษแล้ว

และในหนึ่งปีก่อนหน้านี้ที่เป็นโอกาสทองที่สำคัญมากของประเทศเมื่อสิงค์โปร์ประสบปัญหาโลกร้อนและไม่สามารถขยายพื้นที่สำหรับให้บริการ Data Center ได้ และผู้ให้บริการระดับโลกหลายรายก็เริ่มมองหาประเทศอื่นเพื่อทดแทนในการลงทุนขยาย Data Center ซึ่งประเทศไทยก็เคยเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการสำรวจ

แต่แล้วในที่สุด รัฐบาลสิงคโปร์ก็ได้ร่วมมือกับอินโดนีเซียในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ Nongsa ที่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อถ่ายเทการลงทุนใน Data Center และธุรกิจเทคโนโลยีจากสิงคโปร์ และยังมีสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ของไทยอีกหลายประการจึงเป็นการปิดโอกาสทองของประเทศไทยไปโดยปริยาย

แม้ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐได้มีนโยบายสนัยสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม Chip คอมพิวเตอร์ให้กลับมามีฐานการผลิตในสหรัฐด้วยวงเงิน 52.7 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งย่อมมีผลมาจากความขัดแย้งกับประเทศจีนและการสูญเสียความเป็นผู้นำในโลกเทคโนโลยี

จะเห็นได้ว่าการสนับสนุนอุตสาหกรรมและพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของประเทศเป็นเรื่องราวปกติของประเทศโดยทั่วไปที่ควรต้องทำอย่างเป็นวาระแห่งชาติ

และประเทศไทยในฐานะที่เริ่มช้ากว่าอีกหลายประเทศยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่อีกเป็นจำนวนมากก่อนที่จะสายเกินไปและประเทศไทยจะถูกทิ้งห่างจากประเทศเพื่อนบ้านไปมากกว่านี้