background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

อินเดียก็แค่ปากซอย (3)

อินเดียก็แค่ปากซอย (3)

อินเดียเป็นดั่งช้างที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์ แต่เมื่อช้างเริ่มเคลือนที่ โอการที่เกิดขึ้นจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คุณคาดหวัง

จากรายงาน World Investment Report ปี 2563 ของ UNCTAD ให้ข้อมูลว่า FDI ที่ไหลเข้าภูมิภาคเอเชียใต้เมื่อปี 2562 เติบโตขึ้นในอัตราร้อยละ 10 ในช่วงปี 2561-2562 จำนวน FDI สูงสุดที่ 6.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการลงทุนในอินเดียเป็นส่วนสำคัญ เนื่องจากอินเดียผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนในด้านการค้าปลีก การประกัน และกระบวนการผลิตถ่านหิน

การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology : ICT) และภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง การลงทุนในสาขา ICT ของอินเดียได้พัฒนาจากจุดเริ่มต้นของการลงทุนของบริษัทต่างชาติสู่การเติบโตของบริษัทท้องถิ่นของอินเดียที่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศ

ดิจิทัล (Digital Ecosystem) ในอินเดียปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจ E-Commerce เพิ่มมากขึ้น การลงทุนในบริษัทอินเตอร์เน็ทในอินเดียมีมูลค่ารวมกว่า 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยการร่วมลงทุน (Venture Capital Investments) ในบริษัทอินเตอร์เน็ตของอินเดียที่สำคัญ ได้แก่ บริษัท One97,Grovers,BrainBees,MakerMy Trip และ การเข้าซื้อกิจการของบริษัท Essar Steel (India) โดยบริษัทร่วมทุนอินเดีย-ญี่ปุ่น

ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2567 ตลาดหุ้นอินเดียมีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) กว่า 5 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพและความมั่นคงของเศรษฐกิจอินเดีย การเติบโตเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศ การเพิ่มขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกสนใจ

ตลาดหุ้นอินเดียมีบริษัทจดทะเบียนหลากหลายอุตสาหกรรม โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มบริการทางการเงิน กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และกลุ่มพลังงาน รวมทั้งการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรม สภาพคล่องของตลาดหุ้นและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นได้อย่างสะดวกสบาย

เศรษฐกิจของอินเดียมีความแข็งแกร่ง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของตลาดพัฒนาแล้วกำลังก้าวสู่ภาวะถดถอย ภาคธุรกิจเอกชนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หนี้ภาคเอกชนอยู่ในระดับต่ำกว่า 50% ของ GDPและอยู่ในทิศทางที่ลดลง

การเติบโตสินเชื่อของอินเดียอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอินเดียส่วนหนึ่งเกิดจากภาคส่งออกที่ปัจจุบันอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า 20% ของ GDP ทำให้ไม่มีความเสี่ยงจากการที่ความต้องการทั่วโลกชะลอตัวลง สินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ยาและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งไม่ต้องเผชิญกับความต้องการที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

การส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเคมีภัณฑ์กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับการเติบโตในอดีต

ในการเสวนา “เป้าหมายถัดไป อินเดีย” เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นายนาเคศ สิงห์ เอคอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความหลากหลายทางภูมิภาคของอินเดียซึ่งประกอบด้วยรัฐขนาดเล็กและใหญ่ที่มีประชากรมากกว่าหลายประเทศ มีความซับซ้อนทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึง การลงทุนในอินเดียจำเป็นต้องมีความอดทนและเข้าใจกับระบบท้องถิ่น ควรมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้ มีความรู้ลึกชึ้งเกียวกับตลาด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจราบรื่น เขาแนะนำให้ผู้ประกอบการศึกษาเกี่ยวกับรัฐที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐต่าง ๆ ในอินเดียมีสิ่งจูงใจและข้อเสนอที่แตกต่างกัน

“อินเดียเป็นดั่งช้างที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์ แต่เมื่อช้างเริ่มเคลือนที่ โอการที่เกิดขึ้นจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คุณคาดหวัง” เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยกล่าว….