“หุ้นไทย” ปิดตลาด ( 23 ส.ค. 65 ) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,618.85 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.03 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.19 % มูลค่าการซื้อขาย 37,594.74 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,621.07 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,609.81 จุด
- อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- BANPU ปิดที่ 14.40 บาท เพิ่มขึ้น 3.60%
- PTTEP ปิดที่ 159.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.27%
- BH ปิดที่ 210.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.97%
- KBANK ปิดที่ 152. 50 บาท ลดลง 0.65%
- SCB ปิดที่ 103. 00 บาท ลดลง 0.48%
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น เคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานหนุนดัชนี จากการปรับขึ้นของราคาพลังงาน ที่มีความเป็นไปได้ซาอุดีอาระเบียจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน
ขณะเดียวกันหุ้น BANPU ปรับขึ้นสูงจากคาดการณ์กระแสเงินสดการจ่ายปันผล เช่นเดียวกับหุ้นถ่านหิน อย่าง LANNA ที่วานนี้ ประกาศจ่ายเงินปันผลสูง ทำให้คาดว่า BANPU จ่ายเงินปันผลได้สูงด้วย ทำให้ดัชนี SET ปรับตัวดีกว่าภูมิภาค และตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้ลงแรงตามตลาดหุ้นสหรัฐ
คาดว่าการปรับขึ้นเป็นเพียงช่วงสั้น ภาพรวมตลาดยังเป็นลบ เพราะตลาดเริ่มกลับมามองการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันที่ 25-27 ส.ค. โดยเฟดมีโอกาสที่จะเห็นการยืนยันการปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาพลังงานที่ถีบตัวสูงขึ้นที่เข้ามาเป็นความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
โดยจะเข้าช่วงมาตรการคุมการขายน้ำมันรัสเซีย 5 ก.ย. ที่จะใช้ควบคุมการใช้เงินจ่ายน้ำมันรัสเซีย ห้ามรับประกันภัยขนส่งน้ำมันจากรัสเซีย ทำให้ซัพพลายน้ำมันรัสเซียออกมาในตลาดน้อย ก็จะมีผลต่อราคาพลังงาน ทำให้ภาพตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไปแนวรับ 1,585 -1,600 จุด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์








