“หุ้นไทย” ปิดตลาด (5 เม.ย. 65) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,706.26 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.33จุด หรือเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 0.20 % มูลค่าการซื้อขาย 36,0520.59ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,708.89 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,702.63จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- AOT ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.12%
- PTTEP ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.03%
- EA ปิดที่ 97.50 บาท ลดลง 2.50%
- NEX ปิดที่ 20.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.00%
- BYD ปิดที่ 14.10 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์-รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวไซ์เวย์ลักษณณะซึมๆ รอปัจจัยใหม่หนุน และปริมาณการซื้อขายเบาบาง ขณะที่ยังคงมีปัจจัยเดิมกดดันอยู่ทั้ง สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งใกล้วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าวันนี้จะมีปัจจัยบวกจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศลดลง แต่ยังวางใจไม่ได้ โดยจะต้องติดตามว่าหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเข้ามากลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมัมดิบปรับตัวขึ้น 4% และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้นตามตลาด Nasdaq และกลุ่มเปิดเมืองหลังรัฐเปิดประเทศมากขึ้นตั้งแต่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา สลับแรงขายกลุ่มแบงก์และกลุ่มอื่นๆ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย นายกิติชาญ คาดว่าตลาดน่าจะแกว่งไซด์เวย์ โดยให้แนวรับที่ 1,700 และ 1,697 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,710 และ 1,714 จุด







