วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุน พอร์ตหุ้นแนะนำ เม.ย. 2565 - ยังเน้นหุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยในเดือนมีนาคมเคลื่อนไหวผันผวน แต่ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยในระหว่างเดือนมีนาคม ภาวะตลาดได้รับผลกระทบด้านลบจากการที่รัสเซียตัดสินใจเริ่มดำเนินปฏิบัติการทางทหารกับยูเครน ส่งผลให้สหรัฐ และพันธมิตรหลายประเทศคว่ำบาตรรัสเซีย

ดังนั้น ปัญหาอุปทานสะดุดของน้ำมันดิบ และสินค้าโภคภัณฑ์หลักอื่น ๆ จึงรุนแรงมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะกำลังจะเข้าสู่ภาวะ stagflation ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม ตลาดคาดหวังว่าจะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันได้ ประกอบกับความเห็นของ กนง. ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะยังฟื้นตัวได้ดีจากวิกฤติยูเครน ทำให้มีกระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน พอร์ตหุ้นเดือนมีนาคมของเราลดลง 0.8% ซึ่งแย่กว่าดัชนี SET ที่ขยับเพิ่มขึ้น 0.9% โดย HMPRO* และ AOT* เป็นหุ้นเด่นเพียงสองตัวของเราที่ outperform ดัชนี SET โดยเพิ่มขึ้น 4.0% และ 2.7% ตามลำดับ ในขณะที่ ราคาหุ้น CPALL* และ MAKRO น่าผิดหวังเพราะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนเป็นกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในประเทศ และ ผลกระทบต่อกำลังซื้อ ทั้งนี้ ใน 1Q65 พอร์ตหุ้นของเราให้ผลตอบแทนสะสมที่ 2.4% ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของตลาดโดยรวมที่ 2.5%

มุมมองตลาดเดือนเมษายน: มีหวังว่าข้อตกลงหยุดยิง และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีจะช่วยหนุนตลาด แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจถดถอยอย่างใกล้ชิด

ในเดือนเมษายน เราคาดว่าดัชนี SET จะยังอยู่ในโหมด sideways up จากสองประเด็นหลัก โดยในประเด็นแรก ผู้เล่นในตลาดอาจจะยังมองบวกกับการเจรจาระหว่างรัสเซีย และยูเครน ซึ่งจะนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิง และส่งผลให้ 'war premium' ของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง ประเด็นที่สอง ยังคงมีสัญญาณบางตัวที่แสดงว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะยังฟื้นตัวได้ดีแม้ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น เรามองว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดในด้าน downside สำหรับตลาดโลกในเดือนนนี้คือความกลัวว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ถึงแม้เราจะเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลงและไม่ถึงกับเกิดภาวะถดถอย แต่การที่ yield curve ของสหรัฐเกิดสภาวะ inversion ในขณะที่ IMF ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงอย่างมีนัยสำคัญอาจจะส่งผลกระทบกับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม

 

ธีมหุ้นเดือนเมษายน: โดยรวมยังคงเน้นหุ้น domestic play

เนื่องจากเรามองว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ดี และผลกระทบจากกรณีพิพาทรัสเซีย - ยูเครนยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เราจึงชอบ i) หุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจไทย อย่างเช่นกลุ่มธนาคาร ii) หุ้นที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในกลุ่ม commerce และ iii) หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งจะได้อานิสงส์จากการที่ประเทศไทยผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพิ่มเติม นอกจากนี้ เรายังชอบหุ้นกลุ่มดรงกลั่น ซึ่งคาดว่าผลประกอบการจะออกมาแข็งแกร่งมากใน 1Q65 และในปี 2565 เนื่องจาก GRM แข็งแกร่ง ทั้งนี้ หุ้นเด่นของเราในเดือนเมษายนได้แก่ BBL*, KBANK*, CPALL*, MAKRO, AOT*, ESSO* และ SPRC*