background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“อาคม” หวังส่งออกไทยโต 10 % ดันจีดีพีโต

“อาคม” หวังส่งออกไทยโต 10 % ดันจีดีพีโต

รมว.คลัง หนุน รัฐ - เอกชน ร่วมมือ ปลดล็อกปัญหาโลจิสติกส์ เสริมสภาพคล่อง ดันส่งออกโต 10 % ขับเคลื่อนจีดีพีไทยโตเพิ่ม ชี้ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น ด้านผู้ส่งออกชี้ส่งออก 10 % เป็นความท้าทาย แนะเปิดตลาดการค้าใหม่ ใช้เอฟทีเอ หาเส้นทางขนส่งใหม่แทนขนส่งทางเรือ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง”นโยบายทางการเงินการคลังกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2565” ในการประชุมสามัญประจำปี ของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)ว่า คาดการณ์ว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีไทยปี 65 ขยายตัว 3.5-4.5 % ซึ่งจะ "เบ่ง" ขึ้นหรือสามารถทำได้มากกว่านี้หรือไม่ เชื่อว่า หากรัฐบาล และภาคเอกชนร่วมมือกันก็น่าจะ  เพิ่มอัตราการเติบโตได้อีก อย่างน้อย 0.1% - 0.3%  ทั้งนี้หอการค้าอังกฤษยังมองว่าเศรษฐกิจของไทยแม้จะเจอปัญหาสงครามรัสเซีย และยูเครน ราคาพลังงาน เศรษฐกิจไทยยังโตได้ 4 %

 ในส่วนของการส่งออก ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2565 โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัวกว่า 17 % โดย 2 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกก็ขยายตัวได้กว่า 12% ซึ่งหากผลักดันให้ปีนี้ สามารถเติบโตให้ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% เป็น 10% นั้น ก็จะช่วยในแง่ภาพรวมของเศรษฐกิจ

"การส่งออกทั้งปี ขยายตัว 10% เป็นเรื่องที่ยาก  แต่หากช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องโลจิสติกส์ และสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ ก็น่าจะผลักดันการส่งออกได้มากขึ้น แต่ก็อยู่ที่คำสั่งซื้อ และตลาดคู่ค้าของไทยขยายตัวได้มากน้อยแค่ไหน แต่อยากให้ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมมือกัน หรือเพิ่มอัตราการเติบโต เพื่อทำให้การส่งออกทั้งปี 65 โตถึง 10% ให้ได้เพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับนักวิเคราะห์จากภาคสถาบันการเงินที่มองว่าส่งออกไทยปีนี้จะเติบโตแค่ 5% “นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวว่า  ในส่วนของการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยอีกตัวหนึ่งก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 7 ล้านคน แต่ช่วง 3 เดือนนี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยแล้วเพียง 4 แสนคน ดังนั้นถ้าหากตัวเลขอยู่ในระดับนี้ ทั้งปีจะได้ 1.6 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลหลังจากนี้เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น แม้หลายประเทศยังคงจำกัดเรื่องของการเดินทาง แต่ขณะนี้ทางฝั่งยุโรปก็ได้ผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทางมากขึ้นแล้ว

 ขณะที่รายได้ตัวถัดมาคือ จากภาครัฐ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ งบลงทุน โดยเฉพาะของรัฐวิสาหกิจเองก็ทำได้ดี เมื่อเทียบกับปี 2564 ส่วนการลงทุนของภาคเอกชน แม้หลายส่วนจะมองว่าภาคเอกชนจะมีการชะลอการลงทุนเนื่องจากความไม่มั่นใจสถานการณ์สงครามรัสเซีย และยูเครน แต่ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา ภาคเอกชนก็ได้มีการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจหรือลงทุนใหม่แล้ว ผ่านการออกหุ้นกู้ เป็นต้น

ทั้งนี้การส่งออก การท่องเที่ยว การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในด้านของปริมาณของปี 65 แต่อาจมีปัญหาในด้านราคา โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น   อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้อนุมัติมาตรการช่วยค่าครองชีพของประชาชนแล้วเป็นเวลา 3 เดือน แต่ยังต้องดูในส่วนของราคาสินค้า ว่ากระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปกำกับ และควบคุมราคาสินค้าไม่ให้เพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

 

นายอาคม กล่าวว่า สำหรับเงินเฟ้อนั้น กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตั้งเป้าหมายกรอบเงินเฟ้อไว้ที่ 1-3% แต่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ทำให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่รัฐก็พยายามช่วยเต็มที่ ซึ่งทางหอการค้าอังกฤษก็ยังมองว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะไม่สูงมากนัก ยกเว้นหากราคาน้ำมันดิบดูไบมีการปรับราคาไปสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งยังไม่มีมุมมองว่าจะขึ้นไปถึงระดับนั้นได้

 อย่างไรก็ตามในอนาคตเราจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกใน 3 เรื่องคือ1. เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งต้องนำมาช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ภาคเอกชนเองก็ต้องนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ด้วย 2.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลก นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ BCG ที่ทุกคนต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับกระแส 3.การเตรียมพร้อมรับกับสังคมผู้สูงอายุ

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธาน สรท. กล่าวในหัวข้อ“สถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การส่งออกของไทยต้องเปลี่ยนไป” ว่า  หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าหมายการทำงานของผู้ส่งออกไทยเพื่อเพิ่มการเติบโตของการส่งออก ให้อยู่ที่ 10% ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยเนื่องจากการส่งออกของไทยขยายตัว 17.1% สู่ 271,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 30 ปี ขณะที่เป้าหมายการส่งออกของ สรท. อยู่ที่ 5%           

ทั้งนี้การส่งออกของไทยในปี 2565 ต้องเผชิญกับความผันผวน ความไม่แน่นอน ที่ซับซ้อน และคลุมเครือตั้งแต่การระบาดใหญ่ของ โควิด-19 และสงครามรัสเซีย และยูเครนทำให้สถานการณ์แย่ลงในปีนี้ผู้ส่งออกของไทยต้องติดตามปัจจัยที่ได้รับผลกระทบที่ซับซ้อน และเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบพื้นฐาน ได้แก่ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ธาตุเหล็กหายากในขณะที่ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นจากการขนส่งที่ล่าช้า และการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จะยังคงรักษาไว้ในปีนี้

 ส่วนเป้าหมายที่จะเพิ่มการเติบโตของการส่งออกมากกว่า 5% ผู้ส่งออกต้องใช้การตลาดออนไลน์มากขึ้นในการค้าโลกตลอดจนการขยายตลาดผ่านการค้าชายแดนที่ควรค้าขายกับกัมพูชา  ลาว เมียนมา และเวียดนาม  และต้องหาเส้นทางโลจิสติกส์ใหม่รถไฟความเร็วสูงลาว - ​​จีนไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป  และต้องมีกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขยายตลาดใหม่ เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และโอมาน รวมทั้งการใช้ข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ และมินิเอฟทีเอ เพื่อเป็นแต้มต่อในการส่งออก และยังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาซีพีทีพีพีด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร  โดย....สุรีย์   ศิลาวงษ์