วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่อนตัว เก็งกำไร FSMART SABUY BLA (28 มี.ค. 65)

คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวต้าน 1,685 จุด / 1,692 จุด แนวรับ 1,667 จุด (EMA 50 วัน) / 1,660 จุด (EMA 75 วัน) แนะนำ เก็งกำไร FSMART SABUY BLA

ทางเทคนิค คาดดัชนีฯ อ่อนตัวลงไปทดสอบแนวรับ 1,663 / 1,656 จุด (1/3 และ ½ ของกรอบไฟโบแนนชี่ รูปแบบ Downtrend Channel 1,630-1,685 จุด) หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถทะลุแนวต้าน 1,685 จุด ขึ้นไปได้ ปัจจัยลบ คือ การร่วงลงของหุ้นอิงเศรษฐกิจโลก สินค้าโภคภัณฑ์ รับข่าวทางการจีนเตรียมปิดเมืองเซี่ยงไฮ้ 9 วัน หลังจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่พุ่งสูงขึ้น ไฮไลท์วันนี้ จับตาสถานการณ์สงครามยูเครนและรัสเซีย สหรัฐฯ รายงานดุลการค้าเดือน ก.พ. และการเสนองบประมาณปี 2022 ของประธานาธิบดีไบเดน

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ

        +KTZ Portfolio: พอร์ต Mid-Small Cap แนะนำ AH AJ DOD M MC TFG TPIPL TWPC UTP XO SAT SMT ส่วนพอร์ต Big Cap แนะนำ GULF AWC BEC TCAP JMT CENTEL BH ADVANC AOT BBL EA DTAC COM7 KBANK MINT KTB PLANB

        +/-น้ำมันพุ่ง/กังวลเงินเฟ้อ: +Commodity Play (Inflation Hedging) PTTEP BANPU KSL TWPC NER PTT INOX; TOP ESSO IRPC BCP (Stock Gain) –หุ้นอิงการบริโภคและต้นทุนน้ำมันสูง วัสดุก่อสร้าง โรงไฟฟ้า สายการบิน ค้าปลีก รับเหมาฯ SCC SCCC TASCO SCGP DCC GPSC BGRIM GULF AAV BA BJC CK STEC TU

       +/-ดอกเบี้ยขาขึ้น: +กลุ่มการเงิน BBL KBANK BLA THREL –กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ SCC SCCC SCGP BJC MAKRO MINT CRC GPSC BGRIM AAV BA

       +Earnings Play: ลุ้นผลกำไร 1Q22E +BCH BH HANA DTAC PTTEP MAJOR KBANK BBL

       +EV: งานมอเตอร์โชว์สิ้นสุดวันที่ 3 เม.ย. +TTB TISCO KKP NEX EA GPSC

 

ปัจจัยบวก

      ตลาดหุ้นไทย / Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 9 +5,021.09 ล้านบาท (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +13,057.93 ล้านบาท) โดยซื้อสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 14 ในรอบ 15 สัปดาห์ สะสมสุทธิ +129,154 ล้านบาท

 

 

 

ปัจจัยลบ

        -ตลาดหุ้นไทย / ตลาดอนุพันธ์: สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติ กลับมาเปิด Short Set 50 Index Futures จำนวน -3,383 สัญญา Vs สัปดาห์ก่อนหน้า Long +28,130 สัญญา โดยนักลงทุนต่างชาติเปิด Short SET 50 Index Futures เป็นสัปดาห์ที่ 5 ในรอบ 6 สัปดาห์ จำนวนสะสม -58,383 สัญญา

       -ไทย: ผลกระทบจากการครบกำหนดตราสารอนุพันธ์งวดสิ้น 1Q22E สำหรับกรณีในวันที่ 1-16 มี.ค. 2022 ที่ผ่านมาต่างชาติมี Short สะสมสุทธิ 23,269 หมื่นสัญญา อิงจากสถิติ 24 ไตรมาสย้อนหลัง มีโอกาส 75% ที่ SET50 จะปิดต่ำกว่าระดับ 1,011.95 จุดในการครบกำหนดตราสารอนุพันธ์วันพุธที่ 30 มี.ค. นี้

       -Inflation: ราคาน้ำมันดิบโลกวันศุกร์ กลับมาปิดบวกแรง รับข่าวการวิตกต่ออุปทานขาดแคลน เนื่องจากแหล่งน้ำมันเมืองเจดดาห์ของซาอุฯ ถูกโจมตี ขณะที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร เตรียมพิจารณานำน้ำมันจากคลังยุทธศาสตร์ออกมาใช้

 

ประเด็นสำคัญ

       - Opportunity Day วันนี้ OR NWR SKR STI AMATAV TH

       - Ex-Dividend Effect -0.02 จุด นำโดย UPF RAM

       - UK สุนทรพจน์ผู้ว่าธนาคารกลางอังกฤษ Bailey เกี่ยวกับเศรษฐกิจ

       - USA Trade Balance เดือน ก.พ. คาด -USD106.2bn. (Vs เดือน ม.ค. -USD107.63bn.)

 

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดลบ: ดัชนีฯ แกว่งตัวบวกและลบในกรอบแคบ 1,674.12-1,685.41 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1,676.80 จุด -4.09 จุด วอลุ่มซื้อขายเบาบาง 6.21 หมื่นล้านบาท นำลบโดยกลุ่มยานยนต์ -0.71% บรรจุภัณฑ์ -0.69% พลังงานและสาธารณูปโภค และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ -0.64% เงินทุนและหลักทรัพย์ -0.55% หุ้นบวก >4% JTS FSMART TH U JSP ADB ARIN BGT BRR IT CPANEL BBIK UREKA หุ้นลบ >4% ONEE NEWS TRT TNPC TRV SCM NDR SCI

 

+/- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปิดผสมผสาน: DJIA +0.44% S&P500 +0.51% Nasdaq -0.16% นำขึ้นโดยกลุ่มการเงิน +1.3% (ยิลด์พันธบัตร 10 ปี แตะระดับสูงสุดรอบเกือบ 3 ปี ที่ 2.5% ก่อนปิดที่ 2.492%) กลุ่มสาธารณูปโภค +1.5% (หุ้นกลุ่มปลอดภัย) และกลุ่มพลังงาน +2.3% (น้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ CAC40 -0.03% FTSE +0.21% DAX +0.22% นำขึ้นโดยกลุ่มพลังงาน วัสดุพื้นฐาน เทคโนโลยี แต่หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มปลอดภัยปรับตัวลง เพราะกังวลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว หลัง Ifo รายงานความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน มี.ค. ลดลง

+/- น้ำมันดิบปิดบวก แต่ทองคำร่วง: WTI +USD1.56 ปิดที่ USD113.90/บาร์เรล Brent +USD1.62 ปิดที่ USD120.65/บาร์เรล รับข่าวการวิตกต่ออุปทาน ขาดแคลน หลังจากแหล่งน้ำมันเมืองเจดดาห์ ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีโดยกลุ่มกบฎฮูตีของเยเมน (ซึ่งตลาดคาดว่าเป็นกลุ่มที่สนับสนุนโดยอิหร่าน) โดยเป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมำ ส่วนทองคำปิดลบ -USD8 ปิดที่ USD1,954.20/ออนซ์ โดยถูกกดันจากยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 2.5% สูงสุดรอบเกือบ 3 ปี (เดือน พ.ค. 2019) เพิ่มต้นทุนการถือครองทองคำ

 

ประเด็นสำคัญ
 

- Germany: สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน มี.ค. ลดลงเป็น 90.8 (Vs เดือน ก.พ. 95.8) และต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 93.5 เป็นผลจากผลกระทบจากรัสเซียส่งกำลังทหารโจมตียูเครน โดยคาดว่าเศรษฐกิจเยอรมนีปี 2023E จะปรับลดลงเหลือ 2.2-3.1% (เดิม 3.7%) จากผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นกระทบการใช้จ่ายภาคเอกชน แต่มีคำสั่งซื้อจากแรงซื้อ หลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 เป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ เงินเฟ้อเติบโต 5.1%-6.1% (จากเดิม 3.3%) อิง 2 กรณี คือ กรณีที่ดี ราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลงจาก 101 ยูโร เป็น 82 ยูโร/บาร์เรล ภายในสิ้นปี และกรณีที่แย่ ราคาน้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้นไปแตะ 140 ยูโร/บาร์เรล ภายในเดือน พ.ค. และลดลงมาปิด 122 ยูโร/บาร์เรล ภายในสิ้นปี

- Ukraine War: มติยูเอ็นผ่านข้อมติที่ไม่มีผลผูกมัดฉบับที่ 2 ด้วยคะแนนท่วมท้น เรียกร้องให้รัสเซียยุติสงคราม ขณะที่นาง Yellen รมว.คลังสหรัฐฯ เตือนวิกฤติยูเครนจะส่งผลต่อการปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้

- USA นโยบายคุมเข้มทางการเงินของเฟดมีสัญญาณเชิงรุกสูงกว่าเดิม: Fed Fund Future ของ CME Group ณ วันศุกร์ที่ 25 มี.ค. พบว่า เฟดปีนี้จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 7 ครั้ง เป็น 2.25-2.50% และปี 2023E จำนวน 2 ครั้ง เป็น 2.75-3% โดยมีโอกาส 65% และ 58.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 50 bps เป็น 0.75-1.0% และ 1.25-1.5% ในการประชุมวันที่ 4 พ.ค. และ 15 มิ.ย.

- USA: มหาวิทยาลัยมิชิแกน เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มี.ค. ต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี ที่ 59.4 (Vs เดือน ก.พ. 62.8) ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นที่ 59.7 และต่ำกว่าตลาดคาดที่ 62.8 เป็นผลจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น หลังจากการปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ

 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: TOP KBANK BH

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: FSMART SABUY BLA