คปภ. สั่ง อาคเนย์ฯ ทบทวนเพิ่มทุน เชื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นมีศักยภาพใส่เงินเพิ่ม

คปภ. สั่ง อาคเนย์ฯ ทบทวนเพิ่มทุน เชื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นมีศักยภาพใส่เงินเพิ่ม

คปภ. เผยทางกลุ่มทุน "อาคเนย์ประกันภัย" ไม่ใส่เงินเพิ่มทุน ล่าสุด สั่งทบทวนใหม่  เแจ้งกรณีนี้ต่างจากสองบริษัทก่อนที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตไป เชื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นมีศักยภาพใส่เงินเพิ่ม ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยไม่เดือดร้อน

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำหรับการเพิ่มทุนของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย ในเบื้องต้น บริษัทแจ้งว่ากลุ่มทุน ไม่ประสงค์จะเพิ่มให้ แต่คปภ. ได้ให้ทางบริษัทดังกล่าวกลับไปทบทวนเรื่องการเพิ่มทุน 

เพราะทางคปภ. ได้แจ้งไปว่า กรณีนี้ต่างจากสองบริษัทก่อนที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตไป เพราะ เป็นกลุ่มทุนมีศักยภาพและมีทุนทรัพย์ หากสามารถทำตามที่เคยแจ้งกับทางคปภ.ว่าจะดูแลประชาชนผู้เอาประกัน ก็จะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยไม่เดือดร้อน 

คปภ. สั่ง อาคเนย์ฯ ทบทวนเพิ่มทุน เชื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นมีศักยภาพใส่เงินเพิ่ม

     

ทั้งนี้ การเพิกถอนใบอนุญาตจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่ไม่มีทางเลือกอื่น หากกลุ่มบริษัทไปทบทวนแล้วยังยืนยันที่จะไม่เพิ่มทุน  ส่วนเรื่องการไม่บันทึกเคลมให้เป็นปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย

“การดำเนินการของคปภ.จะคู่ขนานกันไป คือทางคปภ. ได้เร่งรัดให้บริษัทขายทรัพย์สิน ตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกำหนดแล้ว เพื่อได้เงินมาจะรีบให้บริษัทเร่งจ่ายเคลมโดยเร็วที่สุด  คปภ.จะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถในการบรรเทาความเดือดร้อนและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยของประชาชนผู้เอาประกันภัย" 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์  จำกัด (มหาชน) หรือ TGH  ได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ ไทยประกันภัย นำไปจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากการเคลมประกันโควิดของลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ของทั้ง ไทยประกันภัย และอาคเนย์ประกันภัย เป็นจำนวน 9,900 ล้านบาท

โดยเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าว ได้นำมาชำระเป็นค่าสินไหมทดแทนจากการเคลมประกันโควิดในส่วนของอาคเนย์ประกันภัย (ผ่านการทำสัญญารับประกันภัยต่อที่เข้าทำไว้กับไทยประกันภัย) ประมาณ 8,060 ล้านบาท ซึ่งช่วยให้อาคเนย์ประกันภัยยังสามารถคงสถานะมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน และสามารถประกอบกิจการต่อเนื่องมาได้ในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับ "อาคเนย์ประกันภัย" มีผู้ถือหุ้นรายได้ใหญ่  โดย TGH  ถือหุ้นสัดส่วน 97%  ขณะที่ภายใต้ TGH เป็นผู้นำสำคัญในกลุ่มธุรกิจการเงินยักษ์ใหญ่ของ  "ทีซีซี" ภายใต้เจ้าของและผู้บริหารหลัก คือกลุ่ม “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี”  มหาเศรษฐกิจไทยอันดับที่ 3 ปี 2564 จากนิตยสาร Forbes

โดย TGH มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรกคือ (ข้อมูล ณ ไตรมาส 3 ปี 2564)  

1. บริษัท ผลมั่นคงธุรกิจ จำกัด สัดส่วน 45% 

2.บริษัท อาคเนย์ แมเนจเม้นท์ จำกัด สัดส่วน  31.40%

3.บริษัท ไทยสิริวัฒน จำกัด สัดส่วน 4.99%

4.บริษัท เพรสทีจ 2015 จำกัด สัดส่วน 4.97% 

5. บริษัท สินธนรัตน์ จำกัด    สัดส่วน 4.92%