วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

Sideways Up เก็งกำไร PTTEP KSL FORTH (21 มี.ค. 65)

Sideways Up เก็งกำไร PTTEP KSL FORTH (21 มี.ค. 65)

คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1,692 จุด / 1,700 จุด แนวรับ 1,670 จุด / 1,663 จุด แนะนำ เก็งกำไร PTTEP KSL FORTH ทางเทคนิค บริเวณ 1,692 จุด เป็นแนวต้านสำคัญของ Donwtrend Channel กรอบ 1,635-1,692 จุด

โดยหากไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ดัชนีฯ ระยะสั้นมีแนวโน้มถอยลงมาที่ 1,670 / 1,663 / 1,656 จุด ตามลำดับ โมเมนตัมเชิงบวกวันนี้ มาจากการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีจีนและสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีสัญญาณ ความเสี่ยง Geopolitical Risks เพิ่มเติม ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ สุนทรพจน์ประธานเฟด Powell และประธานเฟด แอตแลนต้า Bostic ในงานสัมมนาทางเศรษฐกิจที่วอชิงตัน และจีน รายงานอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี ประเภท 1 ปี และ 5 ปี

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ

       +KTZ Portfolio: Mid-Small Cap แนะนำ DOD M XO (แนะนำ ซื้อ MC) / Big Cap แนะนำ GULF AWC BEC TCAP CENTEL BH ADVANC AOT DTAC COM7 MINT KTB PLANB BLA

       +/-Earnings Revisions: +ECL TKN PTTEP BEC SINGER EA –KISS DEMCO NCAP SENA TPIPP

       +Commodity Play (หากสงครามยืดเยื้อ) PTTEP BANPU KSL CPI TWPC PTT INOX; TOP ESSO IRPC BCP (Stock Gain)

       +EV: งาน Motor Show เริ่มต้นวันที่ 22 มี.ค. - 3 เม.ย. คาดมีเม็ดเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการจองซื้อรถยนต์ EV ที่ได้ประโยชน์ด้านราคาจากรัฐ: +GPI TTB AH SAT NEX EA OR FORTH

 

ปัจจัยบวก

       - Geopolitical Risk USA / China: ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง หลังการเจรจา VDO Conference 2 ชั่วโมง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีประเด็นลบอย่างที่ตลาดกังวล และไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนต่อสงครามยูเครนและรัสเซีย โดยประธานาธิบดีไบเดน กล่าวเตือนจีนว่าจะมีผลกระทบตามมา หากจีนให้การสนับสนุนรัสเซียในการโจมตียูเครน ส่วนประธานาธิบดีสี กล่าวย้ำว่า จีนยังคงสนับสนุนการใช้วิธีทางการทูตในการแก้ไขปัญหา

       - ตลาดหุ้นไทย / Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 +13,057.93 ล้านบาท (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +675.96 ล้านบาท) โดยซื้อสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 13 ในรอบ 14 สัปดาห์ สะสมสุทธิ +124,113 ล้านบาท

 

 

 

 

ปัจจัยลบ

       - ค่าก๊าซหุงต้มทยอยปรับขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย.: กระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาก๊าซ หุงต้ม (LPG) 1 บาท/กก./เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ส่งผลราคา LPG ถัง 15 กก. จะมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 333 บาท, 348 บาท และ 363 บาท ณ เดือน มิ.ย.

      - Fed Fund Rate: ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ ส่งสัญญาณว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 12 ครั้ง เป็น 3% ในปีนี้

 

ประเด็นสำคัญ

     - XD Effect วันนี้มีผลต่อดัชนีฯ -0.19 จุด นำโดย KCE SPCG ADD SEAOIL

     - Opportunity Day วันนี้ ARROW KUMWEL TRT PORT TMILL SMT BEYOND

     - สุนทรพจน์ประธานเฟด Powell และประธานเฟด แอตแลนต้า Bostic ในงานสัมมนาทางเศรษฐกิจที่วอชิงตัน จับตามุมมองเศรษฐกิจและนโยบาย QT

     - China รายงาน Loan Prime Rate อายุ 1 ปี และ 5 ปี

 

+/-Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยกลับมามิดลบ: ดัชนีฯ แกว่งในกรอบแคบ 1,677.16-1,685.68 จุด เพื่อรอฟังผลเจรจาระหว่างประธานาธิบดีจีนและสหรัฐฯ ก่อนปิดตลาดที่ 1,678.51 จุด -3.25 จุด วอลุ่มซื้อขำย 9.81 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -1.82% ธุรกิจการเกษตร -1.58% สื่อและสิ่งพิมพ์ -0.96% วัสดุก่อสร้าง -0.79% หุ้นบวก >4% A5 THG CENTEL VIBHA RAM ECF KSL GSC THANA PEACE PSG ARIN FORTH ILM หุ้นลบ >4% HMPRO WHART BKD ZIGA TVT JUTHA

+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกต่อเนื่อง: DJIA +0.8% S&P500 +1.17% Nasdaq +2.05% รับข่าวการเจรจาทางโทรศัพท์เวลา 2 ชั่วโมง เมื่อวันศุกร์ระหว่างประธานาธิบดีไบเดนกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ไม่มีประเด็นลบอย่างที่ตลาดกังวล โดยประธานาธิบดีไบเดน กล่าวเตือนจีนว่าจะมีผลกระทบตามมา หากจีนให้การสนับสนุนรัสเซียในการโจมตียูเครน ส่วนประธานาธิบดีสี กล่าวย้ำว่า จีนสนับสนุนการใช้วิธีทางการทูตในการแก้ไขปัญหา นำขึ้นโดยกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย +2.2% กลุ่มบริการด้านการสื่อสาร +1.4% ส่วน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก CAC40 +0.12% FTSE +0.26% DAX+0.17% นำขึ้นโดยกลุ่มเทคโนโลยี และนำลงโดยกลุ่มพลังงาน รับข่าวรัสเซียยังไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ หลังชำระดอกเบี้ยพันธบัตร Euro Dollar 2 ชุด จำนวน USD117mn ภายในกลางสัปดำห์ที่ผ่านมา

+/- น้ำมันดิบปิดบวก แต่ทองคำปิดลบ: WTI +USD1.72 ปิดที่ USD104.70/บาร์เรล Brent +USD1.29 ปิดที่ USD107.93/บาร์เรล รับข่าวรัสเซีย เผยว่าการเจรจาวันที่ 4 กับยูเครนยังไม่บรรลุข้อตกลงแต่อย่างใด แม้การเจรจามีความคืบหน้าในช่วงต้นสัปดาห์ และ IEA เตือนตลาดน้ำมันเดือน เม.ย. จะอยู่ในภาวะตึงตัว จากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ส่วนทองคำปิดลดลง -USD13.90 ปิดที่ USD1,929.30/ออนซ์ เป็นผลจากการกลับมาแข็งค่าของสกุลเงิน USD

 

ประเด็นสำคัญ

+/- BOJ Meeting: มีมติ 8 ต่อ 1 คงดอกเบี้ยนโยบายที่ -0.1% ตามคาด และคงนโยบายยิลด์พันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่ 0% รวมถึงส่งสัญญาณดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับเดิมต่อไปในระยะยาว ทั้งนี้ BOJ เผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แม้จะมีอุปสรรคจากการติดเชื้อ COVID-19 และปัญหาอุปทาน คอขวด อย่างไรก็ดี วิกฤติสงครามยูเครน อาจกลายเป็นความเสี่ยงครั้งใหม่

Comment: เราคาดว่าทิศทางค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าในระยะสั้น จากนโยบายคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม ขณะที่ธนาคารกลางโลกอื่น ๆ มีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยการอ่อนค่าของเงินเยนเทียบสกุลหลัก จะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มส่งออก และตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว

- Russia: สถาบันจัดอันดับเครดิต S&P ปรับลดเครดิตตราสารหนี้ สกุลต่างประเทศ ระยะยาวลงเป็น CC จากเดิม CCC- เมื่อวันที่ 17 มี.ค. หลังจากรัสเซียเปิดเผยถึงความยากลำบากในการชำระหุ้นกู้ Eurobond สกุล USD ปี 2023 และปี 2024 อันเป็นผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย หลังรุกรานยูเครน โดยชาติตะวันตก ทำให้ทุนสำรองฯ ปรับลดลงและไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. Fitch Rating ได้ลดเครดิตลง 6 ขั้นเป็น C จากเดิม B และ Moody’s ลดเครดิตลงเป็น Ca แนวโน้มเชิงลบ

Comment: หากรัสเซียผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นหลังวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายการทำธุรกรรมกับรัสเซีย คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบในวงกว้างต่อผู้ถือพันธบัตรและบริษัทฯ ที่ปล่อยกู้ให้กับบริษัทรัสเซียอื่น ๆ (ต้องมีการตั้งสำรองหนี้เสียทันที) ขณะที่ตราสารทุนคาดว่าได้รับผลกระทบล่วงหน้าไปแล้วในทางทฤษฎี แต่บางส่วนยังไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ เพราะรัฐบาลสั่งปิดตลาดหุ้นรัสเซียชั่วคราว นับแต่เกิดสงคราม โดยน้ำหนักของตลาดหุ้นรัสเซียในดัชนี MSCI Emerging Market ประมาณ 3.3% และในดัชนี BRIC ประมาณ 6.3%

+ ศบค. ชุดใหญ่: มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสอท. ให้ผ่อนปรมมาตรการเดินทางเข้ามาประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากเดิมต้องตรวจเชื้อ 2 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 ตรวจที่ประเทศต้นทางก่อนการเดินทางด้วยวิธี RT-PCR และครั้งที่ 2 ตรวจในประเทศไทย ด้วยวิธี RT-PCR เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ให้เหลือเฉพาะการตรวจที่ประเทศไทยเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว โดยตรวจครั้งที่ 1 ด้วยวิธี RT-PCR และตรวจครั้งที่ 2 ด้วยวิธี ATK ในวันที่ 5 ที่อยู่ในประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ศบค. มีการผ่อนคลายพื้นที่โซนใหม่ โดยพื้นที่ควบคุม สีส้ม เหลือ 21 จาก 44 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง สีเหลือง เป็น 47 จากเดิม 25 จังหวัด ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวสีฟ้า เพิ่มเป็น 9 จากเดิม 8 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. รวมถึงสามารถจัดงานสงกรานต์ได้ และขยายพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่ออีก 2 เดือน เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 2022

Comment: การผ่อนคลายมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ โดยสอท. คาดว่าจะมี 5.58-6 ล้านคน (Vs ธปท. 5.6 ล้านคน, Krungthai COMPASS คาด 5.8 ล้านคน) สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว ได้แก่ AOT AAV BA CENTER ERW MINT ASW ASAP RP CPALL TKN

+ กลุ่มโฆษณา: เม็ดเงินโฆษณาเดือน ก.พ. 2022 อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท ฟื้นตัว +4% MoM ตามฤดูกำลที่ช่วงต้นปี ผู้ประกอบการสินค้าและบริการอยู่ระหว่างวางแผนการใช้งบโฆษณาและทรงตัว YoY (Vs เดือน ม.ค. 2022 หดตัว -4% YoY) ส่งผล 2M22 เม็ดเงินโฆษณาอยู่ที่ 14,257 ล้านบาท -2% YoY ซึ่งถือว่ายัง ต่ำกว่ามาก เมื่อเทียบกับประมาณการของมีเดียเอเจนซีที่คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาปี 2022F เติบโต +15% YoY

+ Earnings Revision: สัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 17 มี.ค. 2022) ประมาณการกำไรสุทธิ (EPS) ของดัชนี SET ปี 2022 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 94.47 บาท/หุ้น จาก 93.80 ในสัปดาห์ก่อน Forward PER ปี 2022 ณ ดัชนีฯ 1,681.76 จุด อยู่ที่ 17.80 เท่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร 22 สูงสุด ได้แก่ การท่องเที่ยวและสันทนาการ +6.18%, กลุ่มกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +3.01%, กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค +2.36% โดยบจ. ที่มีการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น ได้แก่ CENTEL +78.8%, BANPU +16.7%, BCH +13.8%, PTTEP +13.5%, TEAMG +8.7% ในทางตรงกันข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิ ปี 2022 สูงสุด (% เทียบรายสัปดาห์) ได้แก่ กลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ -10.33%, กลุ่มธุรกิจการเกษตร -5.17% และกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ -1.83% โดย บจ. ที่มีการปรับประมาณการกำไรลดลงสูงสุด ได้แก่ KISS -52.1%, SEAFCO -35.2%, SHR -25.0%, SENA -22.9%, NCAP -22.6%

Comment: เราแนะนำเลือกเก็งกำไรหุ้นรายตัว เฉพาะบจ. ที่มีการปรับ Target Price สูงสุด ได้แก่ ECL +17.5%, TKN +12.0%, PTTEP +4.1%, BEC +3.9%, SINGER +3.9% ส่วนหุ้นแนะนำขาย KISS -18.6%, DEMCO -18.0% ดูรายงานวันศุกร์ Tactical Play

 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดำห์: PTTEP PSL NEX

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: PTTEP KSL FORTH

Derivatives: เปิด Long S50H22 เมื่อย่อตัว (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)