วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Sideways Up เก็งกำไร TSTH WICE BLA (14 มี.ค. 65)

Sideways Up เก็งกำไร TSTH WICE BLA (14 มี.ค. 65)

คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1,670 จุด (EMA 10 วัน) / 1,682 จุด แนวรับ 1,645 จุด (EMA 25 วัน) / 1,636 จุด แนะนำ เก็งกำไร TSTH WICE BLA

ทางเทคนิค ดัชนีฯ อยู่ในทิศทางฟื้นตัว หลังสามารถรีบาวนด์จากแนวรับของกรอบ Up Channel 1,580-1,725 จุด โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,670 จุด ไฮไลท์ที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์สงครามรัสเซียกับยูเครน หลังประธานาธิบดีปูตินส่งสัญญาณว่าการเจรจามีความคืบหน้า ขณะที่รัสเซียรุกใกล้ เมืองหลวงของยูเครนมากขึ้น ส่วนปัจจัยลบยังคงเป็นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต้นน้ำยังคง ทรงตัวในระดับสูง จากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกเพิ่ม ความเสี่ยงเชิงลบต่อเศรษฐกิจและผลกำไรบจ. ปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรป และผลประชุม Fed, BoE สัปดาห์นี้ มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ (ลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth Stocks)

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ

       +KTZ Portfolio: Mid-Small Cap แนะนำ BGC M TWPC (แนะนำ ซื้อ TPIPL) / Big Cap แนะนำ GULF CRC AWC BEC TCAP CENTEL BH ADVANC AOT DTAC MINT KTB PLANB BLA (แนะนำ ขาย COM7)

       +กลุ่มอิงการเปิดประเทศของไทย: ธนาคาร KBANK SCB BBL พาณิชย์ CPALL CPN CRC OSP ท่องเที่ยว AOT CENTEL ERW BA

       +/-ผลกระทบจากสงครามยูเครน และรัสเซีย: +กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ต้นน้ำ PTTEP PTT TOP ESSO IRPC BCP (Stock Gain) BANPU CPI TWPC TSTH –กลุ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาและ Supply Disruption BGRIM HANA KCE AH SAT *กลุ่มที่มีผลกระทบจำกัด ADVANC DTAC TRUE BH BDMS KBANK SCB TISCO KKP

       -XD Effect: สัปดาห์นี้ มีผลต่อดัชนีฯ -1.58 จุด นำโดย EGCO SIRI VNG CCET RATCH SANKO INOX LANNA CK

       +กลุ่มขายอุปกรณ์ Apple: COM7 SPVI CPW ADVANC TRUE DTAC JMART

 

ปัจจัยบวก

      ตลาดหุ้นไทย/Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 แต่ด้วยปริมาณลดลงมาก +675.96 ล้านบาท (Vs สัปดำห์ก่อนหน้า +10,466 ล้านบาท)

 

 

 

ปัจจัยลบ

        ตลาดหุ้นไทย/ตลาดอนุพันธ์: สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติ เปิด Short SET50 Index Future ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 จำนวน -7,601 สัญญำ (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า -19,796 สัญญา) ส่งผลให้ YTD เปิด Short สะสมแล้ว -35,210 สัญญา (เฉพาะเดือน มี.ค. -26,386 สัญญา)

        ไทย/กลุ่มโรงกลั่น: อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยเตรียมพร้อมที่จะประกาศเพิ่มอัตราสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายน้ำมันดิบเป็น 5% จากเดิม 4% และน้ำมันสำเร็จรูปเป็น 2% จากเดิม 1% ซึ่งจะช่วยให้มีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน

 

ประเด็นสำคัญ

         - France รายงานดุลการค้าเดือน ม.ค. คาดขาดดุลลดลงเป็น -9.5 พันล้านยูโร (Vs เดือน ธ.ค. ขาดดุล -11.32 พันล้านยูโร)

         - USA คาด Consumer Inflation Expectation เดือน ก.พ. คาด 5.9% (Vs เดือน ม.ค. 5.8%)

         - XD Effect วันนี้มีผลต่อดัชนีฯ -0.68 จุด นำโดย EGCO CK ACE AGE

         - Opportunity Day วันนี้ APP BJCHI NDR NCL IIG L&E DREIT

 

+/-Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกเป็นวันที่สาม: ดัชนีตลาดฯ ปรับสูงขึ้นในภาคเช้า ก่อนที่ภาคบ่ายแกว่งตัวในกรอบแคบ 1,653-1,659.67 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1,658.01 จุด +10.93 จุด วอลุ่มซื้อขาย 7.85 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มเหล็ก +2.77% บรรจุภัณฑ์ +2.3% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +1.98% ธุรกิจการเกษตร +1.94% หุ้นบวก >4% INOX TTA JUTHA TSTH RS DITTO MILL BEYOND ASIMAR RAM TH STPI TTCL AMA SAM IMH ILINK หุ้นลบ >4% A5 TC

 

+/- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ แต่ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ DJIA -0.69% S&P500 -1.3% NASDAQ -2.18% นำโดยกลุ่มสื่อสาร -1.9% กลุ่มเทคโนโลยี -1.8% โดยตลาดหันมาวิตกเกี่ยวกับ ผลประชุมเฟดกลางเดือน มี.ค. หลังจากยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ปรับสูงขึ้นตลอดสัปดาห์ใกล้ระดับ 2% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก CAC40 +0.85% DAX +1.38% FTSE +0.8% โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อคืนหุ้นที่ร่วงลงแรงที่ผ่ำนมา เพราะคาดว่าสงครามยูเครน-รัสเซีย ใกล้ยุติ

+/- น้ำมันดิบปิดบวก แต่ทองคำปิดลบ: WTI +USD3.31 ปิดที่ USD109.33/บาร์เรล Brent +USD3.34% ปิดที่ USD112.67/บาร์เรล เป็นผลจากการกังวลต่ออุปทานน้ำมันตลาดโลกขาดแคลน จากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ออกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันส่งออกจากรัสเซีย ส่วนทองคำปิดลดลง -USD15.40 ปิดที่ USD1,985/ออนซ์ จากแรงขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังประธานาธิบดีปูตินส่งสัญญาณว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับ ความขัดแย้งในยูเครน

 

ประเด็นสำคัญ

- Ukraine War 2022E Earnings Outlook: ข้อมูลจากบริษัทรีฟินิทิฟ (Refinitiv) ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. บรรดานักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ระดับโลกในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลง 0.5% เมื่อแยกย่อยตามภูมิภาค บริษัทในยุโรปถูกปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการลง 2.8% ขณะบริษัทในเอเชียถูกปรับลดคาดการณ์ลง 0.45% ส่วนบริษัทสหรัฐฯ คาดว่าจะมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.02% โดยธุรกิจพลังงานและเหมืองแร่เป็นภาคส่วนที่มีการปรับเพิ่มผลประกอบการมากที่สุด ในขณะที่กลุ่มสินค้ำฟุ่มเฟือย, การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ ถูกปรับลดคาดการณ์รายได้ลง

- USA/ครัวเรือนสหรัฐฯ: Yardeni Research บริษัทด้านที่ปรึกษา ระบุว่า ครัวเรือนชาวอเมริกันจะต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงเบนซินปีนี้เพิ่ม USD2,000 และค่าอาหาร ผ่านเงินเฟ้อพุ่ง อีก USD1,000

- IMF: ส่งสัญญาณปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจโลกลดลงจากผลกระทบสงครามยูเครน-รัสเซีย จากเดิมที่ทำไว้เมื่อเดือน ม.ค. ที่ +4.4% (Vs ปี 2021 +5.9%) โดย Russia จะเข้าสู่ภาวะ Recession

- ไทย/พลังงาน: ปลัดกระทรวงพลังงาน เผยหากสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อไป อาจทำให้เดือน เม.ย. นี้ราคาน้ำมันดิบดูไบเกิน 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันดีเซล 150–170 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่สถานการณ์ราคา LPG ตลาดโลกก็ปรับเพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน โดยราคาอยู่ที่ 968 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน เช่นเดียวกันกับราคาก๊าซธรรมชาติก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะอุปทานจากรัสเซียที่ไม่แน่นอน

- Japan: รายงาน Business Survey Index ของผู้ผลิตขนาดใหญ่ (คำนวณจาก % บริษัทฯ ที่คาดว่าธุรกิจจะดีขึ้น / % บริษัทฯ ที่คาดว่าธุรกิจจะแย่ลง) ใน 1Q22 ออกมาเป็น -7.6% (Vs 4Q21 +7.9% และคาด -1.3%) เนื่องจากต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อมาร์จิ้น เพราะได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ อิงจากญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานและผลิตภัณฑ์พลังงาน

- Germany: รายงานเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ขยายตัว 5.1% YoY, +0.9% MoM (เท่ากับคาดการณ์ของตลาด) แต่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. ที่ขยายตัว +4.9% YoY, +4% MoM จากปัญหาคอขวดด้านขนส่งและราคาต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ แนวโน้มเดือน มี.ค. คาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้น จากการรับรู้ราคาพลังงาน หลังเกิดวิกฤติสงครามยูเครนและรัสเซีย

+ UK: รายงาน GDP เดือน ม.ค. เติบโต 10% YoY ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +9.3% YoY และเทียบกับเดือน ธ.ค. ที่เติบโตเพียง 6% YoY ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. เติบโต 2.3% YoY ดีกว่าคาดการณ์ที่ 1.9% YoY และเทียบกับเดือน ธ.ค. ที่ 0.4% YoY ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวแข็งแกร่ง ทำให้มีโอกาสสูงที่ BoE จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps. เป็น 0.75 ในการประชุมปลายสัปดาห์นี้

 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนา Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: KBANK BLA OSP

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: TSTH WICE BLA

Derivatives: แนะปิด Long S50H22 ทำกำไรทั้งหมดสำหรับคนที่ถือสถานะข้ามสัปดาห์มา (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)