เบื้องลึก! ครม.ถกลับ ‘เหตุการณ์ยูเครน’ รับมือวิกฤติพลังงาน - ท่องเที่ยว

เบื้องลึก! ครม.ถกลับ ‘เหตุการณ์ยูเครน’ รับมือวิกฤติพลังงาน - ท่องเที่ยว

เปิดเบื้องลึก ครม.ประชุมลับชั่วโมงครึ่ง ถกสถานการณ์รัฐเซีย - ยูเครน นายกฯเครียดหลายปัญหายังหาทางออกไม่ได้ โดยเฉพาะราคาพลังงานขึ้นไม่หยุด "สุพัฒนพงษ์" เล็งซื้อน้ำมันจากซาอุฯขอเจรจาลดค่าพรีเมี่ยมน้ำมัน กระทรวงท่องเที่ยวเร่งหาแนวทางช่วยนักท่องเที่ยวสองชาติ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (8 มี.ค.)ที่ผ่านมาในช่วงท้ายของการประชุม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งให้เป็นการประชุมลับ

โดยให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องและทีมงานโฆษกรัฐบาลออกจากห้องประชุมทั้งหมด คงเหลือเพียงครม. หัวหน้าส่วนราชการ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เข้าร่วมเท่านั้น

โดยประเด็นที่หารือเป็นการสรุปปัญหาและการรับมือจากสถานการณ์สู้รบของรัสเซียและยูเครนทั้งหมด โดยใช้เวลาหรือประมาณ 1.30  ชั่วโมง โดยบรรยากาศในการหารือเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด โดยนายกรัฐมนตรีแสดงสีหน้าของความเครียดออกมามากที่สุด เนื่องจากปัญหาที่แต่ละกระทรวงเสนอมายังหาทางออกมาไม่ได้ นายกฯจึงมอบหมายให้แต่ละกระทรวงไปคิดแนวทางแก้ปัญหามาเสนอในการประชุม ครม.ครั้งต่อไป


โดยกระทรวงที่พบว่ามีปัญหาหนักมากที่สุด คือ กระทรวงพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เสนอว่าจะขอเจรจาซื้อน้ำมันจากซาอุดีอารเบีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน โดยขอให้ลดค่าพรีเมียม พลัส ที่ขึ้นไปที่บวกเพิ่มขึ้นไปจากราคาประกาศ ที่สูงขึ้นไปถึง 10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ลงมาเหลือเท่าภาวะปกติที่ 2-3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลได้หรือไม่

 

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่างหนัก โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือไม่สามารถวิ่งตามเส้นทางปกติและต้องวิ่งอ้อมทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานปัญหาราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่นำเข้าจากรัสเซียเพราะราคาถูกที่สุด แต่ตอนนี้คงต้องหาตลาดนำเข้าจากประเทศอื่นแทน เช่น จีน มาเลเซีย

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ครม.ยังไม่มีข้อสรุปตามที่กระทรวงท่องเที่ยวฯเสนอแนวทางป้องกันความเสียหายทางธุรกิจและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนที่ตกค้างในไทย โดยตัวเลขล่าสุดที่กระทรวงท่องเที่ยวฯเช็คกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มีมากถึง 30,000 คน สูงกว่าจำนวนที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)รายงานว่ามี 6,000-7,000 คน

ซึ่งข้อเสนอแก้ปัญหาทั้งหมด ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องไปประสานงานเพิ่มเติมก่อน ประกอบด้วย นายสุพัฒนพงษ์ จะไปประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อใช้ระบบของยูเนียน เพย์ รับชำระเงินจากบัตรเครดิตของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ส่วนช่องทางชำระเงินผ่านคริปโตเคอเรนซี ใช้ไม่ได้ เพราะกฎหมายไทยยังไม่รองรับ


กรณีหาที่พักชั่วคราวให้ชาวรัสเซียและยูเครน ที่ตกค้างในไทยและไม่มีกำลังจ่ายได้ ต้องไปหารือกับ ททท.เพิ่มเติมว่าใครจะจ่ายเงิน ซึ่งเงินกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่กระทรวงฯดูแลอยู่ เหลืออยู่เพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเรื่องให้รัฐบาลจ่ายค่ารักษาชาวรัสเซียที่ติดโควิดเพราะประกันสุขภาพที่ซื้อมาอาจหมดอายุแล้วหรือประกันทางรัสเซียไม่สามารถโอนเงินมาให้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข บอกว่าเวียนหัว เดี๋ยวค่อยคุย ส่วนข้อเสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมต่อวีซ่ายังไม่ทันได้เสนอในการประชุมครั้งนี้