background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

AQ ตัดขายธุรกิจโรงแรมที่เชียงใหม่ 500 ล. เตรียมลุยขยายลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า

AQ ตัดขายธุรกิจโรงแรมที่เชียงใหม่ 500 ล. เตรียมลุยขยายลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้า

"เอคิว เอสเตท" ลดธุรกิจในโครงการ Flora Creek Chiangmai Hotel ให้ "แอท อีส พร็อพเพอร์ตี้" รวมมูลค่า 500 ล้าน เหตุยังไม่เห็นการฟื้นตัวธุรกิจนี้ในระยะสั้นหรือภายใน 2 ปีนี้ หันเพิ่มธุรกิจรายได้มั่นคง ขยายการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงไฟฟ้า คาดมีความชัดเจนในไตรมาส 2/65

 นาย ไมเคิล อเล็กซานเดอร์ วิลเลี่ยม เฟอร์นันเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ  แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2565 ประชุมเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีประเด็นสำคัญถึงการอนุมัติให้จำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยให้ บริษัท แอท อีส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  ("ผู้ซื้อ") ในราคารวมทั้งสิ้น 500,000,000 บาท คือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในโครงการ Flora Creek Chiangmai Hotel รวมถึงใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารและใช้อาคารประเภทโรงแรมรวมถึงใบรับรองการประกอบธุรกิจโรงแรม

"บริษัทฯ วางแผนปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีนี้ให้มีความชัดเจน สร้างรายได้มากขึ้น การตัดขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไรออกเพื่อลดภาระใช้จ่ายเป็นสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการ ทั้งเพื่อปิดความเสี่ยงเพิ่มเติมและเปิดโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ๆ จากที่ทราบกันดีว่าสภาวะโควิด-19 กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมเป็นอย่างมาก คาดว่าจะยังไม่เห็นการฟื้นตัวในระยะสั้นหรือภายใน 2 ปีนี้ ฉะนั้นการขายทรัพย์สินซึ่งไม่ทำกำไรออก ในราคาที่เหมาะสม ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับ AQ"

ทั้งนี้ การจำหน่ายธุรกิจโรงแรมออกบางส่วนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปใช้ในการลงทุนกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เป็นแหล่งรายได้และกำไรที่มั่นคงได้

โดยในปีนี้บริษัทฯปรับโฟกัสไปที่ธุรกิจพลังงาน ซึ่งไม่ใช่การทำรายการใหม่ 100% หากแต่ AQ เองได้เข้าถือหุ้นหรือลงทุนธุรกิจพลังงานไว้อยู่แล้วใน บริษัท กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด (GEP) ซึ่ง GEP คือผู้ลงทุนหลักในโรงไฟฟ้ามินบู ประเทศเมียนมากำลังการผลิตรวม 220 MW มีการลงทุนใน บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)

โดยทางบริษัท ยังคงมีความต้องการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาและทำการศึกษาหาโครงการลงทุน คาดว่าจะสามารถมีข่าวดีแจ้งนักลงทุนได้ภายในไตรมาส 2/2565"

นาย ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติมว่า "อย่างที่ทราบกันดีว่าโรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ทำรายได้มหาศาลให้กับทุกบริษัทได้อย่างน่าจับตามอง ฉะนั้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานจึงเป็นทางเลือกเบอร์ 1 ของบริษัทในขณะนี้"  นอกจากนี้บริษัทยังสนใจศึกษาในหลายธุรกิจประเภทใหม่ๆ ที่เป็นเทรนด์ของโลกโดยหากมีความคืบหน้าจะแจ้งข่าวดีให้กับนักลงทุนต่อไป