วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมเจ้าท่าสั่งเอาผิดเจ้าของและคนขับสปีดโบ๊ท เหตุ "แตงโม นิดา" พลัดตก

กรมเจ้าท่าสั่งเอาผิดเจ้าของและคนขับสปีดโบ๊ท เหตุ "แตงโม นิดา" พลัดตก

กรมเจ้าท่าสั่งเอาผิดเจ้าของ และคนขับเรือสปีดโบ๊ท กรณี "แตงโม นิดา" ตกเจ้าพระยา หลังตรวจพบใบอนุญาตหมดอายุ และผู้คุมเรือไม่มีประกาศนียบัตร

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย เป็นประธานในการแถลงข่าวฯ จากเหตุการณ์ ดาราสาว แตงโม นิดา พลัดตกเรือสปีดโบ๊ท ในเวลา 22:30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 บริเวณสะพานพระราม 7  กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่า สาขานนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพร้อมนำเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 2101 เข้าจุดเกิดเหตุพร้อมร่วมอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำและทีมกู้ภัยทันที พร้อมบูรณาการความร่วมมือร่วมกับ กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ มูลนิธิร่วมกตัญญูในการค้นหาดาราสาวอย่างต่อเนื่อง 

กรมเจ้าท่า ได้ทำการตรวจสอบ พบว่าเรือลำดังกล่าว มีชื่อว่า โคบอล 25  หมายเลขทะเบียนเรือ 646646700327  ขนาด 5.21 ตันกรอส ประเภทเรือเป็นเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต  ประเภทการใช้สำหรับสำราญและกีฬา (เรือเร็ว) บรรทุกได้ 8 คน จดทะเบียนเรือเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ณ เมืองท่าพัทยา ทะเบียนเรือหมดอายุ 27 มกราคม 2565  กรมเจ้าท่า เคยออกประกาศกรมเจ้าท่าที่ 26/ 2564 ให้เจ้าของเรือสามารถมาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือได้ต่อจากวันสิ้นสุด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้อีก 60 วัน ถือเป็นการขยายเวลาหรืออายุของใบอนุญาตใช้เรือออกไปได้ แต่มีข้อบังคับว่าเจ้าของเรือต้องทำการต่อสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยที่มีผลเป็นการคุ้มครองผู้โดยสารเท่านั้น และจากการตรวจสอบพบว่าเรือมีประกันภัยคุ้มครองโดย บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย(ประเทศไทย) และสิ้นสุดการคุ้มครอง 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาแล้ว จากฐานข้อมูลดังกล่าวจึงสรุปได้ว่าใบอนุญาตใช้เรือลำนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับชื่อที่ใช้จดทะเบียนเรือ มีนายประภิณวิช รอดบางยาง เป็นเจ้าของเรือ แต่ขณะเกิดเหตุ เป็นนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์  หรือปอ เป็นผู้ขับเรือ และจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลคนประจำเรือของกรมเจ้าท่า พบว่านายตนุภัทร ไม่มีใบประกาศนียบัตรคนประจำเรือแต่อย่างใด และกรมเจ้าท่าจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ควบคุมเรือตามกฎระเบียบที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภารกิจการค้นหาตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2565 กลุ่มตรวจการเดินเรือ กรมเจ้าท่า และสำนักงานเจ้าท่า สาขานนทบุรี ได้นำเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 2101 และ 264 เข้าร่วมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในภารกิจการค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้ออกประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 10/2565 เรื่อง ให้ระมัดระวังการเดินเรือเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจค้นหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัย ทางสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ จึงขอให้ผู้ควบคุมเรือ เรือบรรทุกสินค้า เรือลากจูง เรือโดยสาร และเรือสำราญกีฬาที่เดินเรือจากพื้นที่กรุงเทพมหานครมุ่งสู่พื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อผ่านบริเวณสะพานพระราม 7 ให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ มิให้นำเรือเข้าใกล้ ให้เดินเรือช้าและเบา และให้เดินเรือชิดฝั่งด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จนกว่าการปฏิบัติการใต้น้ำจะแล้วเสร็จ

    ทั้งนี้ เรือสปีดโบ๊ทสามารถวิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่เรือ จดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า และต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำเรือ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย กรมเจ้าท่า ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยขณะโดยสารเรือ เน้นย้ำให้ผู้ควบคุมเรือแจ้งผู้โดยสารให้สวมใส่ชูชีพตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือที่มีขนาดเล็กและมีดาดฟ้าเปิด การออกมาจากตัวเรืออาจก่อให้เกิดอันตรายได้ และหากพบผู้โดยสารไม่สวมใส่ชูชีพ กรมเจ้าท่าจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ควบคุมเรือในฐานะที่ปล่อยปละละเลยผู้โดยสาร ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ตามมาตรา 291 ฐานะนายเรือไม่ปฏิบัติหรือหย่อนความสามารถ หรือประพฤติไม่สมควรแก่หน้าที่ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตน กรมเจ้าท่าจะมีอำนาจงดใช้ หรือยึดใบอนุญาตใช้เรือ ตามกฎหมายที่กรมเจ้าท่ากำหนดต่อไป