วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรงถึงประมาณ -20 จุด จากแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และไอซีที คาดเป็นแรงขายทำกำไรหลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นมามาก
ในขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีกสามารถปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย ยืนแข็งกว่าตลาด ปัจจัยกดดันยังมาจากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,694.32 จุด -18.88 จุด -1.10% มูลค่าการซื้อขาย 104,944 ลบ.ต่างชาติ +1,466.22 ลบ. TFEX -18,265 สัญญา ตราสารหนี้ +7,226.25 ลบ.
ปัจจัยบวก
+/- ตลาดหุ้น ตลาดเงิน ตลาดทองคำและตลาดน้ำมันนิวยอร์ก ปิดทำการวันจันทร์ที่ 21 ก.พ.เนื่องในวันปธน. สหรัฐ
+ ออสเตรเลียเปิดพรมแดนเต็มรูปแบบเพื่อรับผู้เดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลังจากปิดประเทศไปเกือบสองปี
+ อังกฤษเตรียมยกเลิกการบังคับใช้ข้อจำกัดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามกลยุทธ์ "อยู่ร่วมกับโควิด" ที่หวังกลับไปใช้ชีวิตตามปกติรวดเร็วกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ
+ ธปท.เผยสินเชื่อระบบแบงก์พาณิชย์ปี 64 กำไร 1.81 แสนล้านบาท +6.5%YoY จากปีก่อนโต 5.1% สินเชื่อโต 6.5%
+ สภาพัฒน์คาดการณ์ GDP ปี 65 ขยายตัว 3.5-4.5%
+ ตั้งแต่ 1 ม.ค.65 มีบริษัทระดมทุนมูลค่ารวม 2,324 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าตลาดทุนไทยเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญและยังมีการระดมทุนผ่านตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยลบ
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 18,363 ราย ATK 14,605 รายผู้เสียชีวิต 35 ราย รักษาหาย 15,651 ราย
-สธ.เตือนภัยโควิดระดับ 4 ทั่วประเทศโดยคาดการณ์ว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มคงตัวในระดับสูง โดยกว่า 90% ของผู้ติดเชื้อเป็นสายพันธุ์โอมิครอน
- ปธน.สหรัฐลงนามคำสั่งห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันทำการค้าและการลงทุนกับสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ของยูเครน หลังจากผู้นำรัสเซียให้การรับรองเอกราชของสองแคว้นดังกล่าว
- ผู้นำรัสเซียสั่งการให้กองกำลังทหารรัสเซียเข้าประจำการในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ของยูเครนหลังจากปธน.ปูตินลงนามรับรองสถานะการเป็นรัฐอิสระและความเป็นเอกราชทั้งสองแคว้น
- ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เผยถึงรายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรที่รัสเซียจะต้องเผชิญหากรุกรานยูเครน ข้อสำคัญคือรัสเซียจะโดนตัดขาดจากตลาดการเงินโลกและสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการ
- คามาลา แฮร์ริส รองปธน.สหรัฐ ยืนยันพยายามใช้การทูตกับรัสเซีย แต่พร้อมคว่ำบาตรหากบุกยูเครน
- คณะกรรมการดูแลเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศเตือนว่าวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดคริปโท-เคอร์เรนซีย์มีแนวโน้มกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินโลก
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงกดดันจากปธน.ปูตินได้ลงนามในกฤษฎีกาเพื่อรับรองสถานะการเป็นรัฐอิสระและความเป็นเอกราชของ 2 แคว้นในยูเครน ประกอบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศยังอยู่ในระดับสูง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,680-1,700 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM
• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC
• หุ้นได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : PTTEP PTT TOP PTTGC
• มาตรการอุดหนุน EV : EA NEX BYD GPSC NDR
• FTSE Global Equity Index Series (ใช้ราคาปิด 18 มี.ค.65) : Large Cap : - , Mid Cap : - , Small Capหุ้นเข้า : TIPH JTS SINGER หุ้นออก: UV WHART , Micro Cap หุ้นเข้า : 2S, ACC, AQ, APCO, B, BIG, CEN, CTW, CMR, CV, CGH, ECL, EE, FORTH, GJS, IT, MILL, MTI, METCO, NTV, PAP, PTL, SUC, CFRESH, SF, SKY, BFIT, SCM, TOG, TVI, TRC, UBE, UVAN, UV, VNG, WICE หุ้นออก : BYD, TIPH, MK, NEX, OISHI, QHHR, SABUY, SINGER, SYNEX, XPG
หุ้นรายงานพิเศษ
JUBILE (ซื้อ ราคาเหมาะสม 26.50)
•คาดผลประกอบการ 4Q64 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ QoQ และ +3%YoY หลังคลายล็อกดาวน์ โดยจะเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในปีนี้ทั้งรายได้และกำไร เนื่องจากมีการจัดงานใหญ่ 3 งานอีเว้นท์ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 64 ช่วยกระตุ้นยอดขาย ทั้งนี้ เราคาดว่ารายได้ และกำไรสุทธิอยู่ที่ราว 550-570 ลบ. และ 85-95 ลบ. ตามลำดับ โดย กำไร 4Q64 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ QoQ และเติบโต 3% YoY
•ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปี 64 อยู่ที่ 1.5 พันลบ. ลดลง 18% เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในไตรมาส 2-3/64 และคาดกำไรจะลดลง 21%YoY สู่ 211 ลบ. อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ารายได้และกำไรปี 65 จะกลับมาขยายตัว 20%YoY และ 24%YoY สู่ 1.8 พันลบ. และ 263 ลบ. ตามลำดับ เนื่องจากคาดว่าโอกาสในการ ล็อกดาวน์ลดลงหลังกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคประจำถิ่นและสามารถรักษาตัวที่บ้านได้หากอาการไม่รุนแรง
•ความเห็น เราแนะนำ ซื้อ เนื่องจากผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และยังมี upside จากราคาเหมาะสมอีกราว 15% พร้อมคาดหวังอัตราเงินปันผล 2.1%ต่อปี (บริษัทปรับลด Payout ratio จาก 60% เหลือ 40% ตั้งแต่ปี 63 เพื่อสำรองสภาพคล่องในภาวะ COVID-19)
หุ้นมีข่าว
(+) OR (Bloomberg Consensus 27.50 บาท) คาดปิดดีล M&A-JV ไม่ต่ำกว่า 3-4 ดีล ภายในปีนี้ คาดยอดขายน้ำมันโตตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว คาดราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีที่ 78.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล วางงบลงทุน 5 ปี 9.3 หมื่นล้านบาท เน้นปรับโครงสร้างรายได้เพิ่ม EBITDA รองรับขยายสาขาทั้งในประเทศ-ตปท. รับศึกษาเรื่องโทเคนและกัญชง-กัญชา (ที่มา ทันหุ้น)
(+) NEX (Bloomberg Consensus 24.25 บาท) ปักธงผลงานปี 2565 เทิร์นอะราวด์ ล้างขาดทุนสะสม แย้มภาครัฐ-เอกชน เล็งเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้า (EV Car) ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาไม่ต่ำกว่า 1 พันคัน คาดเดือนมิถุนายนนี้สรุปขยายโรงงานประกอบรถไฟฟ้าเพิ่ม มองโอกาสเติบโตสูง รองรับดีมานด์ต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PJW (Bloomberg Consensus 6.20 บาท) อวดกำไรปี 2564 แตะ 169.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.30% ขานรับการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ หนุนยอดขายโตเด่น พร้อมแจกจ่ายปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น ด้านผู้บริหารประกาศพลิกเกมรุกบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ ปรับโครงสร้างกิจการ Spin Off ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ให้กับบริษัทย่อย "PJW AutoEV" แทน พร้อมลุยธุรกิจ EV (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CWT (Bloomberg Consensus - บาท) ไฟเขียวบริษัทลูก "ชัยวัฒนา กรีน แมนเนจเม้นท์" รุกธุรกิจใหม่ ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ศึกษาการสร้างเหมืองขุดบิทคอยน์จากการใช้พลังงานหมุนเวียน (Green Bitcoin Mining) ที่มีอยู่ในกลุ่มบริษัท ด้านบิ๊กบอส "วีระพล ไชยธีรัตต์" มองเห็นโอกาสหวังสร้าง New S-Curve หนุนธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง (ที่มา ทันหุ้น)








