“โออาร์” มั่นใจปีนี้ปิดดีล JV-M&A "สุขภาพ-ท่องเที่ยว" กว่า 4 ดีล

“โออาร์” มั่นใจปีนี้ปิดดีล JV-M&A "สุขภาพ-ท่องเที่ยว" กว่า 4 ดีล

“โออาร์” มั่นใจปีนี้ปิดดีล JV และ M&A ด้านสุขภาพและท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 3-4 ดีล ทุ่มงบลงทุน 5 ปีกว่า 9 หมื่นล้าน ขยายลงทุนเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ "ไลฟ์สไตล์-นวัตกรรม"

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินการปี 2564 มีรายได้ขายและบริการ 511,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 11,474 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,683 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.5% ทั้งจากรายได้ขายและบริการ และ EBITDA หรือ กำไรก่อนการหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20,335 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนจากธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมัน 75.6% ธุรกิจนอนออยล์ แบ่งเป็นธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ 20.6% ธุรกิจต่างประเทศ 3.6% และจากส่วนอื่นๆ อีก 0.2%

ทั้งนี้ โออาร์จะใช้งบลงทุน 5ปี (2565-2569) ที่ 93,500 ล้านบาท เพื่อปรับพอร์ต EBITDA ในส่วนของ กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ จาก 21% เป็น 39% และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ เป็น 15% ส่วนกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันจาก 76% จะเหลือ 45% โดยจะเน้นการหาพันธมิตรร่วมลงทุน (JV) และการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งขณะนี้ มีเจรจาหลายดีลโดยปีนี้จะปิดดีลไม่ต่ำกว่า 3-4 ดีล ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และท่องเที่ยว

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2565 คาดว่า จะเติบโตขึ้นจากปี 2564 จากปัจจัยสนับสนุนการเปิดประเทศ แม้ว่าโควิด-19 จะยังมีอยู่แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้นจากการที่ประชาชนได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าจีดีพีปี2565 จะอยู่ที่ 3.5-4.5% ซึ่งจะหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในกลุ่มน้ำมันและไลฟ์สไตล์

“คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าปี 2564 จะช่วยหนุนมาร์จิน แม้เราขาดทุนราว 200 ล้านบาทจากการลดภาษีดีเซล3 บาทต่อลิตร แต่ในระยะยาว จะส่งผลดีต่อค่าการตลาด อีกทั้งเรามีสัดส่วนของส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 อยู่ที่สัดส่วน 37%”  

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2565 ผลจากการที่โออาร์ได้เข้าร่วมเป็นJV และ M&A ในกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ จะทำให้ปีนี้โออาร์จะเริ่มรับรู้รายได้ ขณะที่การเข้าลงทุนใน 3 โรงงานกว่า 2,000 ล้านบาท ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้าสำหรับธุรกิจค้าปลีก โรงงานผลิตผงผสมเครื่องดื่ม และโรงงานผลิตเบเกอรี่คาเฟ่ อเมซอน ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจในกลางปีที่ผ่านมา จะช่วยทำรายได้ให้โออาร์ราว 200 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ปี 2565 โออาร์ตั้งเป้าจะขยายสาขาเพิ่มขึ้น 103 สาขา รวมถึงเดินหน้าพัฒนาสาขาที่ไม่เป็นไปตามเป้าของปีที่แล้วอีก 26 สาขา ทำให้ในปีนี้จะขยายทั้งสิ้น 129 สาขา และตั้งเป้าตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) เพิ่ม 200 แห่ง ทำให้สิ้นปีมี 300 แห่ง

“โออาร์” มั่นใจปีนี้ปิดดีล JV-M&A "สุขภาพ-ท่องเที่ยว" กว่า 4 ดีล ขณะที่นอกปั๊มจะมีความสามารถพัฒนาและติดตั้งได้ในปีนี้อีก 150 แห่ง ขณะเดียวกันเตรียมขยายร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอนในปีนี้ 389 สาขาทั้งในและต่างประเทศส่วนธุรกิจต่างประเทศปีนี้ตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมัน 27 แห่ง ในประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์