สศค.ชี้คนละครึ่งอัด 4 แสนล้าน เข้าระบบเศรษฐกิจ

สศค.ชี้คนละครึ่งอัด 4 แสนล้าน เข้าระบบเศรษฐกิจ

สศค.ระบุ โครงการคนละครึ่งทั้ง 4 เฟส สามารถอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเกือบ 4 แสนล้านบาท โดยช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนกว่า 26 ล้านคน และช่วยให้ร้านค้ารายย่อยได้รับประโยชน์กว่า 1.3 ร้านแห่ง

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งทั้ง 4 เฟส สามารถอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เกือบ 4 แสนล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานราก โดยการที่รัฐบาลเข้าไปช่วยสนับสนุนลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในส่วนของค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการ วันละไม่เกิน 150 บาทต่อคน

“โครงการนี้ ไม่ได้มีลักษณะของการแจกเงิน แต่เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนส่งต่อกำลังซื้อไปยังผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มหาบเร่แผงลอย ให้สามารถมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ในภาวะที่เศรษฐกิจถูกกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวงกว้าง”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมากกว่า 1.3 ล้านร้านค้า และประชาชนมากกว่า 26 ล้านคน ได้ร่วมใช้สิทธิภายใต้โครงการ จึงกล่าวได้ว่า โครงการคนละครึ่งในสามเฟสที่ผ่านมา สามารถเพิ่มเม็ดเงินจำนวนประมาณ 3.26 แสนล้านบาท สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในโครงการ ทั้งยังหมุนเวียนต่อเนื่องไปช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า การผลิต และการจ้างงานที่เกี่ยวเนื่องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานได้

ส่วนโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ซึ่งได้เริ่มใช้จ่ายแล้วเมื่อ 1 ก.พ.นี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เม.ย.นี้ นั้น จะสามารถเพิ่มเม็ดเงินที่เข้าไปหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกันได้อีกประมาณ 6.96 หมื่นล้านบาท และโดยในวันแรกของการเริ่มโครงการนี้คือ วันที่ 1 ก.พ.นี้ มีการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 จำนวน 1.15 พันล้านบาท โดยเป็นเงินของประชาชน 585 ล้านบาท และเป็นเงินที่รัฐบาลสนับสนุน 570 ล้านบาท

เขากล่าวว่า โครงการดังกล่าวนอกจากจะช่วยลดภาระการใช้จ่ายของประชาชนแล้ว กระทรวงการคลังยังได้ดำเนินโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษควบคู่กันไปด้วยเพื่อดูแล และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงผู้ไม่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ให้ได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

กระทรวงการคลัง ขอเรียนว่า โครงการคนละครึ่งถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชุดมาตรการที่รัฐบาลใช้ดูแลเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญ และดำเนินการเพื่อเตรียมการสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งรวมถึงมาตรการที่สนับสนุนการจ้างงาน และการช่วยให้ภาคธุรกิจ และประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน

สำหรับการดูแลประชาชนในระยะยาว กระทรวงการคลังยังมุ่งเป้าหมายสู่การยกระดับรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างสวัสดิการที่มั่นคงให้กับประชาชน ควบคู่กับการสร้างความรู้ และทักษะทางการเงินที่จำเป็นรวมถึงความรู้เท่าทันเกี่ยวกับภัยทางการเงินต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา โครงการคนละครึ่งได้ทำหน้าที่สำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยได้สามารถเสริมสร้างทักษะความรู้ความเข้าใจต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ให้กับประชาชนผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น

 

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์