OTO มุ่งสู่ "เทคคอมพานี" ดันราคาหุ้นพุ่งติดจรวด

OTO มุ่งสู่ "เทคคอมพานี" ดันราคาหุ้นพุ่งติดจรวด

เริ่มต้นศักราชใหม่มาเกือบครบ 1 เดือน แต่ตลาดหุ้นไทยยังทรงๆ ไม่ไปไหน เนื่องจากยังมีปัจจัยถ่วงทั้งสถานการณ์โรคระบาดโควิด ภาคเศรษฐกิจยังอ่อนแอ กำลังซื้อหดหาย สวนทางราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น กดดันภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่หลายประเทศเริ่มทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นหลายตัวที่ราคาปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องด้วยปัจจัยบวกเฉพาะตัว หนึ่งในนั้นมี บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ OTO ที่ไม่รู้ไปกินดีหมีมาจากไหน ราคาพุ่งแรงยิ่งกว่าติดจรวด เดินหน้าทำออลไทม์ไฮจ่อทะลุ 20 บาทเข้าไปแล้ว

ล่าสุด (21 ม.ค.) มาปิด 18.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 3.35% ดูแล้วสตอรี่สำคัญที่ดันราคาหุ้นติดเทอร์โบ คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ จากจุดเริ่มต้นในฐานะหนึ่งในสมาชิกครอบครัว บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART ของตระกูลวิไลลักษณ์ ทำธุรกิจคอลเซ็นเตอร์

OTO มุ่งสู่ "เทคคอมพานี" ดันราคาหุ้นพุ่งติดจรวด

 

โดยเข้ามาโลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2557 แต่หลังจากนั้นดูเงียบหายไป ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง ก่อนที่จะกลับมาเปรี้ยงปร้าง! อีกครั้งเมื่อช่วงเดือยพ.ย. ปีที่ผ่านมา หลังกลุ่ม SAMART เทขายหุ้น OTO ยกพอร์ตให้กับกลุ่มทุนใหม่ 3 ราย ได้แก่ นายบุญเอื้อ จิตรถนอม, นายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ และนายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ มูลค่ารวม 464.88 ล้านบาท

การเข้ามาของทุนใหม่ต้องการปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งหน้าสู่ Digital ICT Solutions & Services และธุรกิจด้าน Utilities & Transportations ตามที่ได้มีการแจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ กลายเป็นสตอรี่ใหม่ช่วยจุดพลุดันราคาหุ้น OTO พุ่งแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หากย้อนดูราคาหุ้น OTO เมื่อปีที่ผ่านมา เริ่มเทคออฟตั้งแต่กลางปี หลังเริ่มมีกระแสข่าวขายกิจการเล็ดลอดออกมา ดันราคาหุ้นจาก 3 บาท ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนแตะเลขสองหลัก ทะลุ 10 บาท ในเดือนต.ค. จากนั้นก็ใส่เกียร์เดินหน้าขึ้นมาตลอด

ขณะที่ผู้บริหารมีการฟอร์มทีมชุดใหม่ โดยแต่งตั้ง “คณาวุฒิ วรรทนธีรัช” นั่งเก้าอี้ซีอีโอ พร้อมแตกไลน์สู่ธุรกิจใหม่ โดยมอบให้บริษัทลูก บริษัท อินโน ฮับ จำกัด เป็นหัวเรือใหญ่ในการรุกเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ New S-curve

ทั้งเข้าไปซื้อหุ้น 20% ในบริษัท บล็อคเชน ไพรม์ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ปรึกษาและพัฒนาแพลตฟอร์มบล็อกเชนโซลูชั่น มูลค่ารวม 20 ล้านบาท เดินหน้าโปรเจค Social Bureau แพลตฟอร์มตรวจสอบอาชญากรรมบนบล็อกเชนแห่งแรกของโลก

โดยผู้เสียหายหรือคนที่แจ้งเบาะแสเข้ามาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีที่บริษัทจะสร้างขึ้น เรียกว่าเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซีที่นาทีนี้กำลังร้อนแรงสุดๆ

สำหรับ “บล็อคเชน ไพรม์ โฮลดิ้ง” แม้จะจัดตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน แต่ดูจากชื่อผู้บริหารแล้วน่าสนใจไม่น้อย โดยมี พ.ต.อ.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าของฉายา “นายตำรวจสายคริปโทฯ” ที่สนใจเรื่องบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลมาตั้งแต่รับราชการ นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ

OTO มุ่งสู่ "เทคคอมพานี" ดันราคาหุ้นพุ่งติดจรวด

“ธุรกิจสุขภาพ” เป็นอีกธุรกิจที่บริษัทสนใจ โดยให้ “อินโน ฮับ” จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ และให้คำปรึกษาด้านเภสัชกรออนไลน์ หรือ Telepharmacy ตั้งเป้าว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนน่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 นี้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ “อินโน ฮับ” เข้าไปซื้อหุ้น 76% ในบริษัท อินไซท์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการเกี่ยวกับการผลิตสื่อโฆษณาในประเทศไทย และซื้อหุ้น 10% ในบริษัท ฮินซิซึ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจด้านการผลิตงานซิลค์สกรีนเนมเพลท ลาเบล สติ๊กเกอร์

ข่าวดีที่ปล่อยออกมาเป็นระยะ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ดันราคาหุ้น OTO ทะยานขึ้นมาแบบไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย แถมล่าสุดยังมีอีกดีลที่น่าสนใจ หลังกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ OTO ซื้อหุ้นบิ๊กล็อตโบรกฯ เก่าแก่ บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) 23.24% แถมส่ง “คณาวุฒิ วรรทนธีรัช” ซีอีโอ OTO ไปนั่งในบอร์ดเรียบร้อย เตรียมพร้อมเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

เห็นโครงสร้างธุรกิจที่ OTO ปูทางมาแล้วต้องบอกว่าน่าสนใจ ในการทรานฟอร์มองค์กรมุ่งสู่ “เทค คอมพานี” แต่สุดท้ายแล้วคงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะเปรี้ยงแค่ไหน?