background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เปิดตัว CEO แม่ทัพคนใหม่ เร่งขยายสาขาทะลุ 500 แห่งในไทย

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เปิดตัว CEO แม่ทัพคนใหม่ เร่งขยายสาขาทะลุ 500 แห่งในไทย

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่ง และซ่อมแซมบ้าน จากประเทศมาเลเซีย ประกาศแผนปี 2565 เตรียมขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 500 แห่งในไทย ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ภูมิภาคเอเชีย

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่ง และซ่อมแซมบ้าน จากประเทศมาเลเซีย ประกาศปรับทัพใหม่ได้ นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์พร้อมเดินหน้าลงทุนสาขาใหม่เพื่อเจาะกำลังซื้อคนเมืองที่ต้องการสินค้าตกแต่งบ้านในราคาที่จับต้องได้

  • แผนรุกธุรกิจปี 2565

ตลาดสินค้าตกแต่งบ้านเริ่มกลับมามีสีสันตั้งแต่ต้นปี 2565 จากหลายแบรนด์ในตลาด หนึ่งในนั้นมี มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. แบรนด์จากมาเลเซียที่เข้ามาสร้างฐานตลาดในไทยครบ 6 ปีเต็ม

นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในฐานะผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 ว่า

“แม้ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย แต่มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดในไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตทุกปี”

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เปิดตัว CEO แม่ทัพคนใหม่ เร่งขยายสาขาทะลุ 500 แห่งในไทย

  • เดินเกมขยายสาขาชิงกำลังซื้อ

แผนการตลาด มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ในปีนี้จะเน้นไปที่การขยายสาขาให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษาอายุตั้งแต่ 18-20 ปี 2.กลุ่มเพิ่งเริ่มทำงาน อายุตั้งแต่ อายุ 20-25 ปี 3.กลุ่มพ่อบ้าน อายุ 35-45 ปี 4.กลุ่มแม่บ้าน อายุ 35-45 ปี และ 5.กลุ่มวัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป

“สินค้าที่เราจำหน่ายมีครบครัน มีมากกว่า 18,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกระดับ ในราคาที่จับต้องได้” นายแอนดี้ ชิน กล่าว

  • ปั้นโมเดลร้านใหม่เจาะทุกความต้องการ

ภายในปีนี้ มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยปัจจุบันมีสาขามี 2 รูปแบบคือ ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า และ สแตนด์อโลน เฉลี่ยพื้นที่ 800 – 1,000 ตารางเมตร ขณะเดียวกันก็เตรียมเปิดแฟล็กชิพสโตร์ สาขาแรกในช่วงกลางปีที่จะมีขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้นรองรับความต้องการของตลาดและสินค้าในกลุ่มตกแต่งบ้านที่มีมากถึง 10 หมวดหมู่ 18,000 รายการ

“สำหรับแฟล็กชิพสโตร์นี้ถูกออกแบบในคอนเซ็ปต์ที่เรียบง่าย พร้อมการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น และทางเดินที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย” นายแอนดี้ ชิน กล่าว

สำหรับแผนการขยายสาขาในปีนี้ มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ตั้งเป้าหมายขยายสาขาให้ครบหรือมากกว่า 524 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 400 สาขา ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจในกลุ่มสินค้าต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ

ซึ่งการขยายสาขาดังกล่าวจะทำให้ไทยมีสาขามากสุดรองจากประเทศมาเลเซีย โดยทั่วโลกเรามีมากกว่า 1,800 สาขา ขณะที่บริษัทแม่มีแผนจะขยายไปในแถบยุโรปด้วย

โดยสาขาทั้งหมดที่เปิดให้บริการ มีสัดส่วนเป็นสาขาในต่างจังหวัด 58% อีก 42% ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

  • ลุยแคมเปญ ก้าวสู่ปีที่ 6

ในส่วนของแผนการตลาดในช่วงก้าวสู่ปีที่ 6 ในปี 2565 มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.ประเทศไทย จัดโปรโมชั่นต้อนรับปีใหม่ ฉลองยิ่งใหญ่ครบ 400 สาขา ที่มีการลดราคาสูงสุดถึง 40% พร้อมเปิดแคมเปญ “ราคาสุดคุ้ม ช้อปสนุก เต็มตะกร้า” เพื่อชูจุดขายในเรื่องความหลากหลายของสินค้า ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครื่องมือช่าง เครื่องใช้ภายในครัวเรือน อุปกรณ์ประดับยนต์ อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมทั้งสินค้าราคาพิเศษภายใต้แบรนด์มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ให้ลูกค้าได้สนุกไปกับการเลือกซื้อสินค้าได้เต็มตะกร้า ในราคาถูกเสมอและเพื่อต้อนรับปีเสือ มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. มาพร้อมขบวนสินค้าตกแต่งบ้านเพื่อต้อนรับเทศกาล ตรุษจีน พิเศษซื้อครบ 300 บาท รับฟรี ซองอั่งเปา 1 แพ็ค (4 ชิ้น)

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เปิดตัว CEO แม่ทัพคนใหม่ เร่งขยายสาขาทะลุ 500 แห่งในไทย

นายแอนดี้ กล่าวเสริมว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ยังระบาดอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย แต่มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ยังคงให้ความสำคัญและมุ่งมั่นกับการทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการจ้างงานมากกว่า 2,000 อัตรา และมีแผนจะเพิ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งในช่วง 2 ปีที่เกิดโควิด-19 บริษัทฯ พบว่า ยอดการใช้จ่ายต่อคนนั้นไม่ได้ลดลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 150-170 บาทต่อคนต่อรอบบิล

สำหรับมิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. เปิดสาขาแรกในปี 2548 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีการเติบโตเรื่อยมาจนกลายเป็นผู้ค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยทำการขยายสาขาไปยังประเทศต่าง ๆ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินเดีย และตุรกี