วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 17 January 2022

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 17 January 2022

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากอุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัว ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 80-85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 83-88 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 17 January 2022

 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (17 - 21 ม.ค. 65)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบโลกที่ยังคงตึงตัว จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่คลี่คลายในประเทศลิเบียและคาซัคสถาน ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโลกยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งค่าเงินดอลลาห์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง เพิ่มความน่าสนใจต่อการลงทุนในสัญญาน้ำมันดิบของนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
 

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

-  อุปทานน้ำมันดิบตลาดโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในคาซัคสถาน จากการประท้วงของผู้คนต่อรัฐบาลเกี่ยวกับราคาปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ล่าสุดรัฐบาลคาซัคสถานประกาศลาออก และประเทศได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในแคว้นมังเฆิสเตาและเมืองอัลมาตี เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 5 - 19 ม.ค. 65 อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันโลก โดยปัจจุบันคาซัคสถานสามารถผลิตน้ำมันได้ในปริมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในลิเบีย ที่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองของคาซัคสถานและลิเบียได้คลี่คลายลงแล้ว และลิเบียสามารถกลับมาผลิตน้ำมันดิบได้อีกครั้ง แต่ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ว่าจะกลับมาขัดแย้งอีกหรือไม่

-  สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโลกจะกลับมาสู่ระดับใกล้เคียงหรือมากกว่าก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันในปี 2022 โดย EIAคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2023 

-  ค่าเงินดอลลาห์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ หลังประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้การลงทุนในสัญญาถือครองน้ำมันดิบมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองเงินสกุลอื่น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดใช้นโยบายเข้มงวดทางการเงิน โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค. 65 
 

 

-  สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนยังคงแพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ล่าสุดจำนวนยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกมากกว่า 300 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 ล้านราย รายงาน ณ วันที่ 12 ม.ค. 65 จากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยสหรัฐฯ และยุโรปพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุด คิดเป็น 73% ของยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ล่าสุดประเทศเยอรมนีพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 8 หมื่นรายในวันเดียว คาดการณ์ว่าหากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลเยอรมนีอาจใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอีกครั้ง 

-   จับตาดูการประชุมเพื่อรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JPCOA) ในช่วงปลายเดือน ม.ค. 65 จากการเจรจาครั้งล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านโดยเริ่มเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 64 ที่ผ่านมา มีความคืบหน้ามากขึ้นหลังผู้แทนเจรจาชุดใหม่ของอิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับชาติมหาอำนาจในการหาข้อตกลงในประเด็นต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรป ยังคงมีข้อสงสัยว่าอิหร่านอาจมีการละเมิดข้อตกลงการสะสมยูเรเนียมที่สูงกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลง และอาจนำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเลียร์ได้ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยเป็นสิ่งที่อิหร่านกังวลมากที่สุด 

-   เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค. ของจีน อาจปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อัตราการว่างงานเดือน พ.ย. ของอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. ของสหภาพยุโรป

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 - 14 ม.ค. 65)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 4.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 83.82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 4.31 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 86.06 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 83.88 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ม.ค. 65 ปรับตัวลดลงกว่า 4.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 413.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับตัวลดลงราว 1.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่หลายประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปคและประเทศพันธมิตร (OPEC+) ยังคงประสบปัญหาในการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้