“อาคม”เดินหน้าเก็บภาษีซื้อขายหุ้นและคริปโท

“อาคม”เดินหน้าเก็บภาษีซื้อขายหุ้นและคริปโท

“อาคม”เดินหน้าเก็บภาษีซื้อขายหุ้นและคริปโท ระบุ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบ และขยายฐานภาษี เพื่อนำเงินที่ได้มาพัฒนาประเทศ ยันไม่มีแผนคุมการเติบโตของเงินสกุลดิจิทัล เผยกรมสรรพากรอยู่ระหว่างหารือแนวทางจัดเก็บกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงกระแสการคัดค้านแผนจัดเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นและคริปโทเคอเรนซีของกระทรวงการคลัง โดยยืนยันว่า จะยังคงแผนการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบ และ เป็นการขยายฐานการจัดเก็บภาษี เพื่อนำเม็ดเงินมาพัฒนาประเทศ

“เราไม่ได้ขยายฐานภาษีมานาน  ซึ่งที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวมากกว่าในอดีต แต่รายได้จากภาษี ต่อ จีดีพีไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีข้อยกเว้นทางภาษีเป็นจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนในบางภาคส่วน แต่เมื่อการสนับสนุนมาระยะหนึ่งและถึงเวลาที่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง  การยกเว้นก็ควรลดลง”

เขากล่าวว่า ปัจจุบันประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร ให้อำนาจแก่กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีรายได้ที่เกิดจากการขายคริปโตอยู่แล้ว โดยมีกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 ส่วนภาษีจากการซื้อขายหุ้นหรือ Financial Transaction Tax ก็อยู่ในกฎหมายของกรมสรรพากรแต่ได้ออกกฎหมายยกเว้นให้มา 30 ปีแล้ว

เขากล่าวว่า ในหลักการของการจัดเก็บภาษีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องการสร้างความเป็นธรรม โดยคนที่ใช้ทรัพยากร หรือคนที่มีรายได้ ก็ควรมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐ แต่ที่มีการออกข้อกำหนดให้ยกเว้นภาษีบางเรื่องนั้น ก็เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการลดต้นทุนในภาคส่วนนั้นๆเป็นการชั่วคราว อย่างในกรณีการซื้อขายหุ้นที่ได้รับการยกเว้นมา 30 ปี อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันรายได้ของโบรกเกอร์ก็ต้องเสียภาษีอยู่แล้วด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนแนวทางการจัดเก็บภาษีคริปโทนั้น ขณะนี้ กรมสรรพากร กำลังหารือกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิตอล เพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนและทำให้การจัดเก็บภาษีและการยื่นแบบง่ายขึ้น  ซึ่งการเก็บภาษีคริปโทนั้น ปัจจุบันมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และปีที่แล้วก็มีคนที่ยื่นเสียภาษีตัวนี้

เขายืนยันด้วยว่า การที่รัฐเข้ามาเก็บภาษีคริปโทนั้น  ไม่ได้ต้องการควบคุมการขยายตัวของคริปโท แต่เนื่องจากภาษีตัวนี้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายในปัจจุบันอยู่แล้ว ส่วนการเก็บภาษีจากการขายหุ้นก็เช่นกัน มีการกำหนดไว้ในกฎหมายเพียงแต่ยกเว้นให้เท่านั้น

ทั้งนี้ เขากล่าวว่า ในเรื่องการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นนั้น ในต่างประเทศมีการเก็บจาก Capital gain หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่นเดียวกับภาษีคริบโท ที่มีการเก็บภาษีจาก capital gain หรือจาก Transaction  ซึ่งเรากำลังพิจารณาในเรื่องแนวทางการจัดเก็บภาษีทั้งสองตัวนี้ว่าจะเลือกแนวทางใด

ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนในเรื่องการเก็บภาษีคริปโท ที่ต้องการให้นำผลขาดทุนมาหักออกจากผลกำไร(off set)ได้ด้วยนั้น นายอาคม กล่าวว่า เรากำลังพิจารณาในเรื่องแนวทางการจัดเก็บ ซึ่งแนวทางการนำขาดทุนมาหักกลบก็อยู่ในหนึ่งของแนวทางที่กำลังพิจารณาอยู่ด้วย ส่วนที่มีข่าวว่า อาจจะมีการยกเว้นภาษีคริปโท กรณีรายได้ต่อปีไม่ถึง 2 แสนบาทนั้น เขาปฏิเสธที่จะตอบในเรื่องนี้ เพียงแต่ระบุว่า เป็นเรื่องที่กรมสรรพากร กำลังพิจารณาในรายละเอียด

ส่วนภาษีจากการขายหุ้นนั้น ก็มีแนวทางว่าจะเก็บจากการขายต่อครั้ง หรือจะเก็บจาก Capital gain  ซึ่งถ้าจัดเก็บจาก capital gain จะกระทบนักลงทุนรายใหญ่เพระมีการซื้อขายสูง ซึ่งเรายังไม่ได้สรุปว่าจะใช้แนวทางใด  แต่ประเทศส่วนใหญ่ จะเลือกเก็บวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่การจัดเก็บจาก capital gain จะมีความยุ่งยากในเรื่องของ Data  ที่ต้องมีความรวดเร็ว เช่น สหรัฐ ที่เก็บจาก capital gain ซึ่งระบบสามารถบันทึกข้อมูลการซื้อขายแบบทุกนาทีได้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า การจัดเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นและคริปโทนั้น เป็นการดำเนินการเก็บภาษีตามปกติที่ทุกธุรกิจหรือนักลงทุนต้องเสียภาษีกำไร โดยกรมสรรพากรก็ทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ที่ผ่านมา เราผ่อนปรนให้ เมื่อถึงเวลาก็ต้องเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง