วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

MTC เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 65

MTC เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 65

บิ๊กบอส MTC "ชูชาติ เพ็ชรอำไพ" เปิดวิสัยทัศน์ก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 65 พร้อมโปรดักส์ใหม่สินเชื่อเงินผ่อนครบวงจร "ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง" ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งธุรกิจ Non-Bank ของเมืองไทย วางเป้าภายในปี 69 ยอดปล่อยกู้ทะลุ 200,000 ล้านบาท

     นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหาร เรื่องการวางแผนธุรกิจในปี 2565 โดยเริ่มจากภาพรวมย้อนหลังเมื่อ  8  ปี  ก่อนเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ จากยอดสินเชื่อคงค้าง จำนวน  7,447 ล้านบาท  ปัจจุบัน  90,000 ล้านบาท , กำไร  544  ล้านบาท ปัจจุบันยอด (ประมาณการ)  5,000 ล้านบาท , จำนวนสาขา 506 สาขา  ปัจจุบัน  5,800 สาขา , จำนวนพนักงาน  1,690  คน  ปัจจุบัน  11,400  คน หรือคิดเป็นยอดเติบโตเฉลี่ย 1,000% ภายใน 8 ปี หรือเท่ากับเติบโต 125% ต่อปี

    จนปัจจุบันบริษัทฯได้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจ Non-Bank โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด  45%  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯใช้เวลา 8 ปีจนก้าวข้ามมาเป็นผู้นำอันอับ 1  อย่างชัดเจนในอุตสาหกรรมนี้ 

      สำหรับความยั่งยืนขององค์กรดูได้จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก นอกจาก "กลุ่มเพ็ชรอำไพ" แล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่จะเป็นกองทุนทั้งต่างประเทศและกองทุนภายในประเทศที่ให้ความสนใจมาถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก โดยมีกองทุนต่างชาติมาถือหุ้นประมาณ  15%, กองทุนไทยถืออยู่  10%  ที่เหลือเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 8%  แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกองทุนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจลงทุนในหุ้นของบริษัทเป็นจำนวนมาก  ลงทุนเป็นระยะเวลานานและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นตลอดทุกปี

     ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานในอนาคต  นอกจากธุรกิจหลักของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ที่เน้นเรื่องสินเชื่อทะเบียนรถ, สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ,สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่ดิน แล้ว ในปี  2565  บริษัทฯ ได้เร่งทำการตลาดเพิ่มอีก 2 ธุรกิจ คือ  บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง  จำกัด  ที่ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่  ซึ่งมีแนวโน้มยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามลำดับ   โดยคาดหวังว่าในปี 2565  จะมียอดสินเชื่อประมาณ  6,000 ล้านบาท    และบริษัท เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ จำกัด  ที่ให้บริการซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง กับกลุ่มลูกค้าเดิม   และหาลูกค้าใหม่มาเพิ่มเติม  โดยการเสนอสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ,คอมพิวเตอร์ , เครื่องใช้และของใช้ในบ้าน ตามนโยบาย ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ถือหุ้นโดยเมืองไทย แคปปิตอล เกือบ 100%
 

      สำหรับแผนงานในปี 2565  บริษัทฯตั้งเป้าเติบโตสู่ธุรกิจ 100,000 ล้านบาท   โดยมีธุรกิจหลักคือ เมืองไทย แคปปิตอล  และธุรกิจที่ตั้งขึ้นใหม่คือ เมืองไทย ลิสซิ่ง และเมืองไทย เพย์ เลเทอร์   เป็นธุรกิจที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำธุรกิจในอนาคต โดยมีการวางแผนการทำตลาดทั้งลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระหนี้ดีและการเข้าหาลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการใช้บริการผ่านการดำเนินงานของสาขาที่มีบริการมากกว่า  5,800 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดสาขาใหม่กว่า 600 สาขาต่อปี

            ประธานกรรมการบริหาร MTC กล่าวอีกว่า บริษัทฯวางแผนการเติบโตในอีก 4 ปี ข้างหน้าคือปี  2569  เพื่อก้าวสู่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อได้ถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งการจะก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าวนี้  บริษัทฯจะต้องเน้นในเรื่องบริษัทต้องเติบโต  20-25%  ต่อปี  ตลอด 4 ปี รวมทั้งควบคุมหนี้เสียไม่เกิน 2% และลดดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งเงื่อนไขในการบริการไม่เอาเปรียบลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน  โดยให้พนักงานรับผิดชอบการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพของสาขา  โดยการเปิดสาขา เน้นจุดที่มีชุมชน และมีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมากเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าและลดข้อร้องเรียน

            "แผนงานดังกล่าว จะเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2565 และวัดผลงานทุกไตรมาส ซึ่งที่ประชุมผู้บริหารมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวสู่ธุรกิจ 100,000 ล้าน ได้อย่างแน่นอนรวมทั้งสามารถดำรงความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งและรักษาการเติบโต 30% ได้อย่างแน่นอน"นายชูชาติ กล่าวในที่สุด