background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

อาร์เอส ปั้นป็อปคอยน์ ลุยเกมใหญ่ต่อยอดเอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ

อาร์เอส ปั้นป็อปคอยน์  ลุยเกมใหญ่ต่อยอดเอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ

“อาร์เอส” ยังคงเดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ “เอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเมื่อใดที่เห็นโมเดลธุรกิจยังมี “ช่องโหว่” หรือจุดอ่อน ต้องหาทางกำจัด แปรเปลี่ยนให้เป็น “จุดแข็ง”

 ต้นปี 2564 อาร์เอส ควักเงิน 13 ล้านบาท ซื้อหุ้น 70% ของโฟร์ท แอปเปิ้ล สานภารกิจการเป็นแพลตฟอร์มการตลาดสำหรับทุกคน และมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับการทำธุรกิจของเครือและพันธมิตร คู่แข่งที่แปลงเป็นคู่ค้าด้วย ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการออกโทเคน “ป็อปคอยน์”(Popcoin)เพื่อเป็นแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ช่วย “ลดรอยต่อ” ทางธุรกิจ รวมถึงเก็บเกี่ยวและใช้บิ๊กดาต้าร่วมกับทุกพาร์ทเนอร์ในอีโคซิสเทม

เหรียญป็อปคอยน์เปิดตัวไปเดือนพฤศจิกายน มีผู้สนใจลงทะเบียนเป็นป็อปสเตอร์แล้ว 500,000 ราย สิ้นเดือนกุมภาพันธ์คาดแตะ 1,000,000 ราย

“ป็อปคอยน์ คือย่างก้าวสำคัญของอาร์เอสในการยกระดับธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงดิจิทัลโทเคน แต่คือสมาร์ทมาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)ย้ำเป้าหมายของป็อปคอยน์

 สำหรับบทบาทสำคัญของป็อปคอยน์ จะนำไปเอื้อธุรกิจ 2 ด้าน ได้แก่ 1.การทำให้ลดรอยต่อ(Seamless)ของบิ๊กดาต้า ที่อาร์เอสมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่มหาศาลจากแต่ละธุรกิจทั้งอารืเอสมอลล์ ไลฟ์สตาร์ ทีวีดิจิทัล ช่อง 8 ธุรกิจวิทยุ ฯ และ2.จะต่อยอดในการลดรอยต่อการสร้างประสบการณ์ของลูกค้าในกรซื้อสินค้าและบริการ เพื่อทำให้เกิดความประทับใจ ส่งผลที่ดีต่อแบรนด์ ทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโมเดลเอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ หากแกร่งขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น จะพร้อมแบ่งปันโมเดลดังกล่าวให้กับพันธมิตรได้มาร่วมทำการตลาดผ่านป๊อปคอยน์มากขึ้นด้วย

“เกมนี้เป็นเกมใหญ่ เพราะเราทุ่มสุดตัวให้ธุรกิจแจ้งเกิด เราวางแผน กำหนดกลยุทธ์ให้ทุกส่วนทำงานเต็มที่ ดีไซน์รูปแบบโมเดลธุรกิจเพื่อเปิดกว้างให้พันธมิตรเข้าร่วมเอ็นจอยกับป็อปคอยน์ เตรียมคอนเทนท์ กิจกรรมให้ผู้บริโภคหรือป็อปสเตอร์ที่ถือเหรียญป๊อปคอยน์ให้เข้ามาสนใจ ทั้งหมดเพื่อผลักดันสู่เป้าหมายทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น ดีขึ้นและเร็วขึ้น”

ฐณณ ธนกรประภา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ บริษัท โฟร์ท แอปเปิ้ล จำกัด ย้ำว่า กิจกรรมที่เป็นกระแส ความนิยม ไลฟ์สไตล์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบต่างๆ จะถูกนำมาอยู่ในอีโคซิสเทมของป็อปคอยน์ เพื่อทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ทุกเพศ ทุกวัยสามารถเป็นเจ้าของได้

  ทั้งนี้ ผู้ที่ครอบครองป็อปคอยน์โทเคนสามารถนำไปใช้ในแพลตฟอร์มได้ 3 อย่าง ได้แก่ 1.นำไปแลกสินค้าและบริการหรือ Redeem ซึ่งของเหล่านั้นจะเป็นของหายาก มีมูลค่า หรือบาางครั้งประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคอยากเป็นเจ้าของแน่นอน 2.นำป็อปคอยน์ไปฝากเพื่อรับผลตอบแทน ซึ่งมาจากเหรียญดังกล่าวที่ถูกนำไปแลกสินค้าและบริการ จะถูกหักค่าธรรมเนียม 5% เพื่อคืนให้กับผู้ฝากเหรียญนั่นเอง และ3.การแลกเปลี่ยนเป็นเงินตามมูลค่าที่เกิดขึ้นตามกลไกความต้องการซื้อขายในตลาดหรือดีมานด์-ซัพพลาย

โจทย์ใหญ่ของการปลดล็อคคุณค่าธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมิร์ซครั้งนี้ คือการขจัดตัวกลางในการทำสื่อสารตลาด ซึ่งหากนับเม็ดเงินโฆษณาที่เกิดบนสื่อทีวี ออนไลน์ แพลตฟอร์มต่างๆ สะพัดถึงหลัก “แสนล้านบาท” อาร์เอส จึงอ้าแขนรับทุกพันธมิตรให้เข้ามาใช้ป็อปคอยน์เป็นแพลตฟอร์มการทำตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าโดยตรงมากขึ้น

ป็อปคอยน์ ตั้งราคาไว้ที่ 15-20 สตางค์ต่อโทเคน หากเทียบกับการซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊คจะมีต้นทุนต่ำกว่า 50% โดยป็อปคอยน์ที่จะออกมีจำนวน 10,000 ล้านโทเคน ภายใน 4 ปี หรือทยอยออกปีละ 2,5000 โทเคน

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ที่จะทำให้ป๊อปคอยน์ได้รับความนิยมในวงกว้างเร็ว อาร์เอส จัดอาวุธครบมือ ระดมคอนเทนท์มากมายดึงดูดสาวกนักลงทุน แบรนด์ และผู้บริโภค เช่น การจัดแข่งขันขายอาหารผ่านรายการ Food Truck Battle ทุ่มทุนดึงศิลปินเกาหลี เช่น มาร์ก ต้วน(Mark Tuan)แห่งวง GOT7 มาร่วมกิจกรรม และยังผนึก “แบมแบม GOT7” มาทำเซ็ทอัลบั้มรูปภาพสุดเอ็กซ์คลูสีฟ และแฟนมีทเพื่อเอาใจสาวก K-pop รวมถึงการเตรียมผนึกกับไลฟ์ เนชั่น บีอีซี- เทโร ที่จัดคอนเสิร์ตระดับโลก เขย่าตลาดด้วย

นอกจากนี้ จะทำกิจกรรมร่วมกับคณะหมอลำเสียงอิสาน ร้านคานิวัล แบรนด์สตรีทแฟชั่น Bhouse Studio ที่บริหารจัดการศิลปินเกาหลีใต้ สบาย เทคโนโลยี และบริษัทในเครืออาร์เอส ช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ป็อปคอยน์วงกว้าง สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆให้แบรนด์สินค้าและบริการต่างๆมากขึ้นด้วย

“ต่อไปการโฆษณาจะไม่ใช่การยัดเยียดแบบเดิมๆ หรือเป็นกลยุทธ์ที่ Push มาตลอด แต่จะเป็นการ Pull มากขึ้น และเราจะเปลี่ยนการใช้งบตรงนั้นเป็นรางวัลเพื่อสร้างประสบการณ์ตอบโจทย์ความต้องกาารของผู้บริโภคโดยตรง ทำให้การใช้เงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น”