Food Sector การฟื้นตัวที่ต่างกันในปี 2565

Food Sector การฟื้นตัวที่ต่างกันในปี 2565

เราคาดว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มอาหารที่เราศึกษาอยู่จะโตเฉลี่ย 55% ในปี 2565F จากที่หดตัว 19% ในปี 2564F โดยกลุ่มย่อยทุกกลุ่มน่าจะฟื้นตัวขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

โดยเราคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัว 6.6% ในปี 2565F และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ของอาหารและเครื่องดื่ม ในขณะเดียวกัน เราคิดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนอุปสงค์การบริโภคอาหารด้วย

 

การฟื้นตัวที่ต่างกันในแต่ละกลุ่มย่อย

ถึงแม้เราจะมองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มอาหาร แต่เราพบว่าความแรงของการฟื้นตัวของผลประกอบการในกลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่โมเมนตั้มของกำไร เราพบว่าหุ้นกลุ่มร้านอาหารจะมีโมเมนตั้มแข็งแกร่งที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถพลิกเป็นกำไรได้ในปี 2565F จากที่ขาดว่าจะขาดทุนในปี 2564F นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2565F จะสูงกว่าในปี2 563 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกแรก และระลอกสองของ COVID-19 นอกจากนี้ เรายังมองว่าหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอาหารมีโมเมนตั้มการเติบโตดีกว่าหุ้นกลุ่มเกษตร แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 น้อยกว่ากลุ่มเกษตร แต่เราคาดว่ากำไรจะโตอย่างน่าประทับใจจากการขยายกำลังการผลิต, การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และ ปัญหาสายโซ่อุปทานสะดุดที่คลี่คลายลงไป ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในปีหน้าจะสูงกว่ากำไรสุทธิในปี 2563 สำหรับหุ้นกลุ่มเกษตร เราคาดว่าผลประกอบการจะดีดตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำในปี 2564F แต่ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ยังแพงจะทำให้กำไรยังไม่กลับไปอยู่ระดับเดียวกับเมื่อปี 2563

 

 

 

 

 

 

 

ความเสี่ยงหลักบางประการในปีนี้จะยังคงต่อเนื่องถึงปีหน้า

เราคาดว่าความเสี่ยงบางประการจะยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับหุ้นกลุ่มอาหารต่อไปในปี 2565 โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการคุมโรคระบาด เนื่องจากมีการพบเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่และประเทศไทยยังคงนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรคอีก ได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่งที่แพงขึ้น และสถานการณ์ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการยังคงสูงอยู่ และอาจจะส่งผลกระทบกับ margin ของหุ้นกลุ่มเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร

 

Valuation & Action

เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอาหารที่ Neutral เนื่องจากเรายังคงมุมมองบวกอย่างระมัดระวังกับแนวโน้มหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจการเกษตร อย่างไรก็ตาม เรามองบวกมากกว่ากับหุ้นขนาดเล็กถึงกลางในกลุ่มย่อยอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และ ร้านอาหาร เนื่องจากผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนจากการขยายธุรกิจ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ เราเลือก Exotic food (XO.BK/XO TB) เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร เนื่องจากราคาหุ้นไม่แพง และธุรกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานสะดุด เราเลือก MK restaurant group (M.BK/M TB) เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มร้านอาหารจากแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามการกลับมาเปิดเศรษฐกิจ

 

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ภาวะโรคระบาด, ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น, เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานสะดุด