ค้าผ่านแดน"จีน"ต.ค.ขาดดุลเฉียดหมื่นล้าน

ค้าผ่านแดน"จีน"ต.ค.ขาดดุลเฉียดหมื่นล้าน

จุรินทร์ เตรียมหารือเอกชน วางยุทธศาสตร์ใช้ประโยชน์รถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว ขณะสถานการณ์ค้าผ่านแดนพบต.ค.นำเข้าจากจีนเพิ่ม 77% ขาดดุลการค้า 8,000 ล้านบาท ด้านนำเข้าจากเวียดนาม เพิ่ม 264%

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ต.ค. มีมูลค่ารวม 148,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.07% แบ่งเป็น

  • การส่งออก 82,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.48%
  • การนำเข้า 66,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.81% เกินดุลการค้า 15,333  ล้านบาท
  • การค้าชายแดน มูลค่า 84,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น34.75%
  • ส่งออก 52,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.03%
  • นำเข้า 31,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.52% เกินดุลการค้า 20,301 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พบว่า การค้าผ่านแดนเดือนต.ค. มีมูลค่า 64,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.73%

  • ส่งออก 29,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.91%
  • นำเข้า 34,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  50.88% ขาดดุลการค้า 4,968 ล้านบาท

ทั้งนี้ การนำเข้าผ่านการค้าผ่านแดนใน 3 ประเทศหลักไทยขาดดุลการค้ากับจีนและสิงคโปร์ แต่เกินดุลการค้ากับเวียดนาม แม้ต.ค. การนำเข้าจากเวียดนามจะสูงถึง264 % มูลค่า 3,451 ล้านบาท 

ทั้งนี้ การค้าผ่านแดนกับจีน เดือนต.ค. มูลค่ารวม 28,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.93%

  • ส่งออก 10,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.30%
  • นำเข้า 18,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น77.91%

ทำให้ไทยขาดดุลการค้าผ่านแดนกับจีนประมาณ 8,000 ล้านบาท

โดยสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ ได้แก่

  • เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
  • เทปแม่เหล็ก
  • เคมีภัณฑ์
  • ส่วนประกอบคอมฯ
  • เครื่องรับ-ส่งสัญญาณ

ส่วนสินค้าส่งออก ได้แก่

  • ยางพารา
  • ผลไม้สดแช่เย็น
  • ผลิตภัณฑ์ยาง
  • ไม้แปรรูป 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดน 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.)  มูลค่า 1,424,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น31.72% เป็นการส่งออก มูลค่า 860,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น37.41% ได้ดุลการค้า 296,527 ล้านบาท

“ตัวเลขได้ทะลุเป้าที่กำหนดไว้ทั้งปีแล้ว ที่เติบโต 6% มูลค่า 789,198 ล้านบาท แต่10 เดือนแรกมีมูลค่า 860,436 ล้านบาท มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ทั้งปีถึง 48,251 ล้านบาท ”

เมื่อดูรายประเทศ เฉพาะส่งออก เดือนต.ค. พบว่า

  • เมียนมา เพิ่มขึ้นสูงสุด 111% มูลค่า 10,545 ล้านบาท
  • รองลงมาคือมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 55.86% มูลค่า 18,794 ล้านบาท
  • สปป.ลาว เพิ่มขึ้น 32.93% มูลค่า 10,556 ล้านบาท
  • จีน เพิ่มขึ้น  28.3% มูลค่า 10,526 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับการเปิดบริการรถไฟความเร็วสูงจากจีนถึงสปป.ลาว ที่เวียงจันทน์ติดกับจังหวัดหนองคายของไทยเมื่อ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเห็นว่าจะเป็นโอกาสทั้งทางการค้าและการท่องเที่ยวของไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้ให้นโยบายแก่กระทรวงพาณิชย์เพื่อจัดประชุม อาจเป็นรูปแบบสัมมนาระดมความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเอกชนในท้องถิ่นมากำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งสถานที่จัดประชุมอาจเป็นที่หนองคายหรือพื้นที่ใกล้เคียง

 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าหมายการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนปี 2565 จะขยายตัว 6-8% อย่างไรตาม การคาดการณ์การค้าชายแดนจากฐานมูลค่าการค้าที่ 7.6 แสนล้านบาทหากอีก 2 เดือนจากนี้ มูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท ปี 2564 การค้าชายแดนจะขยายตัวสูงถึง 30% ซึ่งเป็นมูลค่าที่ต้องขอหารือกับทางภาคเอกชนและประเมินสถานการณ์อีกครั้ง 

นางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า หากมีการจัดประชุมระดมความเห็นนักธุรกิจในพื้นที่จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีและพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ หอการค้าอีสานเหนือ( 1) รวม 5จังหวัดจะมีการประชุมร่วมกับที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นการประชุมประจำทุก 2 เดือน คาดว่าจะมีการนำวาระรถไฟจีน-สปป.ลาวยกขึ้นหารือด้วย 

“รถไฟจีน-ลาวน่าจะเป็นประโยชน์กับการค้าในท้องถิ่นในแง่การเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าไปยังจีน  แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินผลจากการเปิดบริการดังกล่าว”