background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ยุคโควิดสวยต้องมาคู่สุขภาพ โรจูคิสฯ ตีโจทย์เจาะตลาดขึ้นท็อป3

ยุคโควิดสวยต้องมาคู่สุขภาพ โรจูคิสฯ ตีโจทย์เจาะตลาดขึ้นท็อป3

ตลาดสินค้าสุขภาพและความงาม มูลค่าแสนล้านบาท ทั้งกลุ่มดูแลผิวหน้า 17,350 ล้านบาท ครื่องสำอาง 4,340 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 33,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 9,900 ล้านบาท ขุมทรัพย์ใหญ่ โรจูคิสฯ งัดอาวุธ ชิงเค้ก สานเป้าหมายรั้งท็อป 3

ทว่า 2 ปีที่วิกฤติโควิด-19 ระบาด กระทบตลาดทุกหมวดให้อยู่ในภาวะ “ติดลบ” แต่มากน้อยแตกต่างกันไป เช่น กลุ่มสีสัน(Make up) หดตัว 30% สกินแคร์หดตัว 2 หลักฯ แต่ในระยะยาวหากสถานการณ์ไวรัสร้ายคลี่คลาย ทิศทางตลาดสินค้าสุขภาพและความงามจะเติบโตอีกครั้ง โดย “โรจูคิส” หยิบรายงานจากยูโรมอนิเตอร์ มาสะท้อนแนวโน้มในปี 2568 มูลค่าตลาดจะแตะระดับ 1.66 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 7.1% ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอย่างมาก

ธนายุส ลีรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) หนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดสินค้าสุขภาพและความงาม ซึ่งปี 2564 บริษัทมีการเปลี่นแปลงมากมาย นอกจากจัดทัพเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังเดินหน้าผนึกพันธมิตรอย่างบริษัทในเครือ “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ออกสินค้าใหม่มากมายเพื่อชิงเค้กก้อนโต

ยุคโควิดสวยต้องมาคู่สุขภาพ โรจูคิสฯ ตีโจทย์เจาะตลาดขึ้นท็อป3

ย้อนไป 14 ปี โรจูคิส ถือเป็นแบรนด์สินค้าจากเกาหลีใต้รายแรกๆที่บุกตลาดสินค้าความงามในไทย บุกเบิกผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิว ชูคุณสมบัติกระชับขุมขน ท่ามกลางตลาดเน้นความกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย เรียกว่าเป็นผู้มาก่อนกาล หรือผู้กำหนดเทรนด์ได้อย่างดี

ปัจจุบันกระแสเกาหลีหรือ K-Pop ยังทรงอิทธิพล แต่หนักไปทางอาหาร เพลง ซีรี่ส์ ส่วนสินค้าความงามอาจแผ่วลงบ้าง แต่จุดแข็งด้านสินค้านวัตกรรมของโรจูคิส ที่ต้นทางเกาหลีใต้ มีการแบ่งปันนวัตกรรม(Sharing Economy) ทำให้ต้นทุนอยู่ในระดับเหมาะสม และแบรนด์จากแดนโสมยังแข่งได้

การทำตลาดมายาวนาน “โรจูคิส” ถือมีได้ใจและมีฐานผู้บริโภคไม่น้อย จนทำให้กลายเป็น 1 ใน 5 ผู้เล่นหลักในตลาดสินค้าความงามและสุขภาพ ทว่า เป้าหมายถัดไป ธนายุส เล่าว่าบริษัทต้องการขยับเป็นท็อป 3 ของตลาดภายใน 2 ปีข้างหน้า นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

ยุคโควิดสวยต้องมาคู่สุขภาพ โรจูคิสฯ ตีโจทย์เจาะตลาดขึ้นท็อป3

ภารกิจมีไว้พิชิตเป้าหมาย และอาวุธการตลาดที่จะสานเป้า คือการเดินหน้าออกสินค้าใหม่ โดยหลังโรคโควิด-19 ระบาด พฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม(New Normal)ที่ปรากฏคือ “สวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมาพร้อมสุขภาพด้วย” ทำให้แบรนด์ต้องตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้ได้

นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังเงินในกระเป๋าที่ลดลง ทำให้ผู้บริโภคมองหาสินค้าจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ สะดวกซื้อ สะดวกจ่าย คือราคาเหมาะสมกำลังอำนาจเงินที่มี และเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว สินค้าที่ใช้จะต้องไม่ซับซ้อนด้วย เช่น ต้องใช้ 1-10 ขั้นตอน ไม่ใช่คำตอบ เพราะผู้บริโภคต้องการความมินิมอล ง่ายๆ

“ผู้บริโภคมีเงินน้อยลง จะเลือกใช้จ่ายซื้อสินค้าที่ใช้ง่าย การใช้สินค้า 10 ขั้นตอน จะตกเทรนด์”

อ่านเทรนด์ออก ตลาดเมกอัพหดตัว การพลิกเกมกลยุทธ์สำคัญ ซึ่ง ธนายุส ได้โฟกัสออกสินค้าใหม่ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลใบหน้า เช่น มาส์กหน้าที่มีส่วนผสมเทอร์ปีน 10-15 รายการ(SKUs) ช่วงโค้งสุดท้ายปี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มสีสัน(Make up)จะมีส่วนผสมซีบีดีของกัญชากัญชง เป็นต้น

การลุยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารซีบีดี เพราะคาดการณ์ขนาดตลาดใหญ่ หากพิจารณาตลาดโลกมูลค่า 27,000 ล้านดอลลาร์ แต่ในไทยหากผู้ประกอบการตบเท้าทำตลาดจะเห็นขนาดใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ามูลค่า “หมื่นล้านบาท” นั่นเอง

ยุคโควิดสวยต้องมาคู่สุขภาพ โรจูคิสฯ ตีโจทย์เจาะตลาดขึ้นท็อป3

นอกจากนี้ ยังลุยผลิตภัณฑ์ทำสีผม ตอบโจทย์ผู้บริโภคปัจจุบันที่เครียด ทำให้ “ผมหงอก” เร็วขึ้น แต่โรคระบาดไม่เอื้อให้เข้าร้านเสริมสวย และผู้บริโภคต้องการความสะดวก “โรจูคิส” แชมพูเซรั่มเกาหลีเปลี่ยนสีผมจึงขอเป็นทางเลือก ซึ่งจำหน่ายกว่า 6 เดือน โกยยอดกว่า 7 แสนซอง เป็นต้น

“เรายังคงโฟกัสแบรนด์หลักของเรา คือโรจูคิส โดยมีสินค้าเรือธงอย่างเซรั่ม สกินแคร์ มาส์ก ต่อยอดการเติบโต”

ตลาดไทยต้องชนะ! คู่แข่งขึ้นโพเดียม 1 ใน 3 ผู้นำตลาด แต่ต่างประเทศต้องเปิดประตูการค้า ซึ่งบริษัทส่งสินค้าทั้งกลุ่มสกินแคร์ เมกอัพ ฯ เข้าตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมาย โดยประเทศหลักที่ไปได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาวและกัมพูชาด้วย หวังให้มีสัดส่วนรายได้ 30% จากปัจจุบันไทยเป็นฐานทัพทำเงิน 89%

อย่างไรก็ตาม โควิดกระทบตลาดสินค้าความงาม เป้าหมายใหญ่ของบริษัทคือการทำรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ใน 5 ปี แต่วิกฤติอาจทำให้ความสำเร็จช้ากว่าคาดการณ์ ขณะที่การบุกตลาดปีนี้ต่อเนื่องปี 2565 บริษัท คาดการณ์รายได้และกำไรจะกลับไปเติบโตใกล้เคียงปี 2562 ซึ่งทำรายได้กว่า 1,100 ล้านบาท กำไรกว่า 190 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มตลาดสินค้าความงามและสุขภาพจะกลับมาขยายตัวด้วย