‘รัตนากรแอสเซท’ผนึกบางจากปักหมุดพัทยาผุด‘สมาร์ทซิตี้’หมื่นล้าน!

‘รัตนากรแอสเซท’ผนึกบางจากปักหมุดพัทยาผุด‘สมาร์ทซิตี้’หมื่นล้าน!

เป็นอีกหนึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา! สำหรับ “สมาร์ทซิตี้” บนที่ดิน 400 ไร่ในเมืองพัทยา บิ๊กโปรเจคของ “รัตนากร แอสเซท” ร่วมกับ“บางจาก” ในการพัฒนาทำเลบริเวณติดถนนสุขุมวิทตรงข้ามโรงแรมแอมบาสเดอร์ นาจอมเทียน ตรงข้ามโปรเจคใหญ่มิกซ์ยูสของกลุ่มซีพี

จักรรัตน์ เรืองรัตนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากร แอสเซท จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญ Great Disruption โดยเฉพาะหลังวิกฤติโควิด เศรษฐกิจยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำ ไลฟ์สไตล์ผู้คนเปลี่ยนไป ถือเป็นเรื่องใหญ่และใหม่มาก 

ดังนั้น การเร่ง “ปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดย "รัตนากร แอสเซท" วางแนวทางพัฒนาโครงการในรูปแบบ “อินทิเกรเต็ดไลฟ์ สไตล์ ดีเวลลอปเมนท์”  สร้างอีโคซิสเท็มบนแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าทุกคนได้

“ที่ดินกับโครงการเป็นแค่กรอบ ถ้าไลฟ์สไตล์เปลี่ยนก็ต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรม หรือบริการได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่าง เดิมชั้นหนึ่งทำเป็นออฟฟิศ แต่มีคนมาเช่าน้อย อาจเปลี่ยนเฮลท์เซ็นเตอร์ หรือ ที่เก็บสินค้าให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แทน เพราะคอนโดมิเนียมที่อาศัยมีขนาดเล็กลง อีกชั้นอาจเป็น Co-Working Space รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา”

ล่าสุดบริษัท ได้ซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์แบรนด์ รีจัส (Regus) จาก IWG ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่าพื้นที่สำนักงาน และ Co-working ระดับโลก ตั้งเป้าหมายเปิดอย่างน้อย 40 แห่ง ภายใน 10 ปี ยกเว้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ขณะเดียวกันเชื่อมโยงกับธุรกิจ ”ไฟแนนซ์” ด้วยการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าที่ซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม ปุ๋ย รวมทั้งการศึกษา ในอัตราดอกเบี้ยถูก ทำให้เพิ่มโอกาสมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น จากการสร้าง ”อีโคซิสเท็ม” บนแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าของทุกคนได้ ทำให้ผลตอบแทน กำไรเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน  ที่สำคัญควรเชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์โลก ซึ่งประกอบด้วยโลจิติกส์ เฮลท์แคร์ เวลเนส กรีน เทคโนโลยี โซเซียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึง ไบโอ เมดิคัล

‘รัตนากรแอสเซท’ผนึกบางจากปักหมุดพัทยาผุด‘สมาร์ทซิตี้’หมื่นล้าน!

จักรรัตน์ ย้ำว่า เมกะเทรนด์ที่ รัตนากร แอสเซท ให้ความสนใจ คือ “พลังงานสะอาด” ด้วยการเข้าไปร่วมกับบางจากเพื่อทำ “สมาร์ทซิตี้” พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ รัตนากร แอสเซท  

โครงการสมาร์ทซิตี้ดังกล่าวมีขนาด 400 ไร่ อยู่ติดถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรงแรมแอม บาส เดอร์ นาจอมเทียน มีมอเตอร์เวย์ผ่ากลางที่ดินฝั่งละ 200 ไร่ ใกล้สนามบินอู่ตะเภา ใกล้รถไฟฟ้าความเร็วสูงของซีพี ตรงข้ามโปรเจคใหญ่ของซีพีที่จะทำเป็นมิกซ์ยูส ถือว่าเป็น ทำเลทอง!!

โครงการดังกล่าวเป็นการผสมกันระหว่างที่อยู่อาศัย โรงแรม รีสอร์ท เวลเนส เฮลธ์แคร์ เรียกว่า ทุกอย่างที่อยู่ในพอร์ตของรัตนากร แอสเซท เพื่อเกิดอีโคซิสเต็มของเมือง คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility) คาดว่าใช้เวลา 1-2 ปี เริ่มก่อสร้าง พัฒนาต่อเนื่อง 5-6 ปี ซึ่งระหว่างนั้นอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามดีมานด์ของตลาดที่เปลี่ยนไป เมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าเศรษฐกิจ และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มที่

“ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจคของรัตนากร แอสเซท แต่ไม่ใช่โปรเจคเดียว เพราะยังมีที่ดินอีกกว่า 1,000 ไร่ ที่ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกในอนาคต เพื่อสร้างการเติบโต"

สำหรับ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีกำไร 1,500 ล้านบาทต่อปี หลังจากวิกฤติโควิด-19 ปี 2563 ลดลง 12% เหลือประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยสิ้นปี 2564 น่ากลับไปอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านบาท และเติบโต 10-15% ในปี 2565

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาธุรกิจ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิตไปจนกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมี เรียกว่าเป็น ปุ๋ยโลกใหม่ ที่ไม่ต้องนำเข้า มีกำไรสูงกว่าปุ๋ยเคมี และไม่เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแก้ปัญหาปุ๋ยเคมีที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและมาร์จิ้นต่ำ ขณะเดียวกันสามารถผลิตได้มากกว่าปุ๋ยอินทรย์ และมีประสิทธิภาพเท่ากับปุ๋ยเคมี ปัจจุบันมีโรงงานผลิตทั้งหมด 12 แห่ง ในประเทศไทย 4 แห่ง จีน 8 แห่ง โดยมีแผนขยายโรงงานขนาดเล็กในทุกภาคทั่วประเทศไทย

‘รัตนากรแอสเซท’ผนึกบางจากปักหมุดพัทยาผุด‘สมาร์ทซิตี้’หมื่นล้าน!

“แม้เราจะทำอสังหาริมทรัพย์ แต่สามารถขยายธุรกิจออกได้หลากหลายด้วยการเชื่อมต่อเทคโนโลยี ไฟแนนซ์ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด สมาร์ทซิตี้เฮลท์แคร์ เวลเนส โดยล้อไปตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปเร็วขึ้นจากเดิม 10-20 ปี ซึ่งปัจจุบันเทรนด์เปลี่ยนไปทุก 3 ปี ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เร็วขึ้นมิเช่นนั้นถูกดิสรัป”

แม้ว่า รัตนากร แอสเซท จะมีที่ดินทั่วประเทศไทย แต่เลือกเล่นในตลาดที่ถนัดและเชี่ยวชาญ คู่แข่งน้อย มาร์จิ้นสูง แม้กำลังซื้อน้อย แต่ทำให้มากขึ้นได้ด้วยการกระจายไปหลายจังหวัดเพื่อสร้างอีโคซิสเท็มของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 40 กว่าบริษัทและกลุ่มธุรกิจต่างๆ อีกมากกว่า 37 กลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ หมู่บ้านจัดสรร อาคารชุดอาคารพาณิชย์เพื่อขาย/เช่า ตลาด โรงแรม ค้าปลีก แวร์เฮ้าส์ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจเพื่อสุขภาพ โรงงานปุ๋ย โรงเรียน ร้านอาหาร วัสดุก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ

“เราไม่มองในสิ่งที่คนทำอยู่แต่เรามองในสิ่งที่จะดิสรัปสิ่งที่คนอื่นทำอยู่อย่างไร ฉะนั้นต้องทำในสิ่งที่แตกต่างที่เขาทำไม่ได้และไม่มีวันทำได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ รัตนากร แอสเซท ไม่เข้ามาในกรุงเทพฯ แม้ว่าจะเป็นตลาดใหญ่กำลังซื้อสูงแต่แลกกับราคาที่สูง การแข่งขันสูง มาร์จิ้นต่ำ ขณะที่ภูมิภาคกำลังซื้อน้อยแต่คู่แข่งน้อย กำไรสูงกว่า”