วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

รู้จักทีม "Moonshot" ของ "Bitkub" กับแนวคิดบริหารธุรกิจสไตล์ "ยูนิคอร์น"

รู้จักทีม "Moonshot" ของ "Bitkub" กับแนวคิดบริหารธุรกิจสไตล์ "ยูนิคอร์น"

ทำความรู้จักทีม "Moonshot" ของ "Bitkub" พร้อมจับเทรนด์การบริหาร "ธุรกิจยุคใหม่" ที่ต้องมองข้ามช็อต และกล้าทำในสิ่งที่ยัง "เป็นไปไม่ได้" เพื่อไปให้ถึง "ความสำเร็จ"

"สตาร์ทอัพ" รูปแบบการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่มีจุดเด่นของโมเดลธุรกิจที่เห็นโอกาสจากช่องว่างทางธุรกิจ โตเร็วแบบก้าวกระโดด โดยมีเทคโนโลยีและแนวคิดเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย หนึ่งในนั้นคือการโตไปเป็น "ยูนิคอร์น" ที่มีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ 

สิ่งที่น่าสนใจคือเบื้องหลังสตาร์ทอัพเหล่านี้ มี "แนวคิด" ในการ "บริหารทีม" ที่แตกต่างไปจากธุรกิจทั่วไป ที่เป็นหัวใจในการผลักดันให้สตาร์อัพขึ้นแท่นยูนิคอร์น หรือประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้

หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมให้พนักงาน "คิดนอกกรอบ" สนับสนุนการทดลอง วิจัย ลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ เพื่อพัฒนาสิ่งที่เคยมีให้ดีขึ้น หรือแม้แต่ลองทำหรือกล้าในสิ่งที่ยัง "ไม่เคยเป็นไปได้" 

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ชวน ต้น-สกลกรย์ สระกวี ประธานกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้บริหาร "ยูนิคอร์นตัวที่สองของไทย" พูดคุยถึงเบื้องหลังการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจด้านคริปโทเคอร์เรนซี และบล็อกเชนในไทย ที่กำลังอยู่เป็นที่สนใจของคนยุคใหม่ในศักราชนี้

รู้จักทีม "Moonshot" ของ "Bitkub" กับแนวคิดบริหารธุรกิจสไตล์ "ยูนิคอร์น"

สกลกรย์ สระกวี ประธานกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด

  •  ทำไมต้องมีทีม "Moonshot" ? 

ทันทีที่ก้าวขึ้นเป็นยูนิคอร์น บิทคับประกาศรับสมัครคนมีแพสชั่น 350 คนเข้าร่วมทีมในสารพัดตำแหน่ง หนึ่งคือรับสมัครคนร่วมทีมที่ชื่อว่า "Moonshot" (มูนช็อต) ที่ชวนสงสัยว่าทีมนี้มีไว้ทำไมกัน ?

ต้น สกลกรย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างทีม Moonshot ว่า "เราอยากจะสร้างทีมที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เช่น Financial Product หรือบริการอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเงินและคริปโทเคอร์เรนซี"

ถ้าเราพัฒนาโดยไม่มีการทดลองอะไรใหม่ๆ เลย หรือไม่ทำอะไรใหม่ๆ เลย ก็จะไม่มีโปรดักซ์ที่จะมารองรับคนรุ่นใหม่ หรือไม่มี new s-curve ใหม่ 

ทีมมูนช็อตของบิทคับเริ่มต้นตั้งทีมอย่างจริงจังช่วง พฤศจิกายน ปี 2563 ช่วงแรกคือการสร้างทีมใหม่ขึ้นมา มีสมาชิกไม่เกิน 20 คน มีทั้ง Developer, Innovation, Business Development ฯลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโปรดักต์ใหม่ที่โลกกำลังทำอยู่ หรือคิดค้นสิ่งยังไม่มีใครทำ เพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่จะเป็น New S-Curve ของบิทคับ หรือเปิดบริษัทใหม่ที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับที่เขาได้ทำตอนอยู่ที่มูนช็อต

ที่ผ่านมาผลงานของทีมแรกคือการสร้าง Bitkub Chain และ Bitkub NFT ส่วนทีมชุดใหม่ที่กำลังพัฒนาประมาณ 2-3 ผลิตภัณฑ์ในตอนนี้"

เราอยากจะสร้างโปรดักต์คนไทย ที่สนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง มีเงินให้ลงทุนทำโปรดักต์ที่อยากจะได้ทำหรือฝันว่าจะได้ทำ หรือมีคอมมิวนิตี้ การมีเครือข่ายที่ใหญ่เพียงพอที่ทำให้โปรดักต์เขาประสบความสำเร็จ

  •  ทีม Moonshot ของ Bitkub ได้ทำอะไรบ้าง ? 

1. ได้ทำเรื่องที่อยากทำ

ทีมมูนช็อตเปิดกว้างให้ทำในแพสชั่นและสิ่งที่อยากทำจริงๆ ไม่มีกรอบ ว่าต้องทำอะไร หรือให้ทำเฉพาะ Exchange เท่านั้น อยากทำเกม Metaverse หรือ NFT ฯลฯ ก็ทำได้เลย เพียงแต่จะต้องมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน มีแผนงานที่ชัดเจนว่าถ้ามันล้มเหลวภายในกี่เดือน หรือว่าถ้ามันจะไปได้ ไปได้ในกี่เดือน แล้วจะมีเวลาทดลองได้กี่ครั้ง

พูดกับทุกคนเสมอว่าเฟลได้เสมอ เราพร้อมที่จะเฟล ไม่ต้องรู้สึกผิดว่าถ้าทำแล้วมันเฟล สุดท้ายเราได้ลองทำ อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

2. ค่าใช้จ่ายและอิสระในการทำงาน

อิสระในการทำงานจะช่วยดึงคนที่กลุ่มที่คนที่ไปทำงานในต่างประเทศ หรือเป็นต่างชาติที่เขาอยากทำงานในไทยเข้ามาได้ สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ หรือไม่อยากทำงานในกรุงเทพฯ สามารถทำงานทางไกลได้อย่างอิสระทุกอย่าง เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาสร้างโปรดักต์ให้กับบิทคับ และสร้างโปรดักต์ให้กับประเทศไทยได้

  •  ทำอย่างไรถึงได้เป็นทีม "Moonshot" 

"ทีมมูนช็อตของบิทคับ เปิดกว้างแบบไม่ได้จำกัดอายุ แต่เชื่อว่าคนที่ผ่านมาคนที่มีแพสชั่นเกี่ยวกับคริปโทฯ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เคยทำธุรกิจอื่นๆ มา และอยากทำอะไรใหม่ๆ ให้กับประเทศนี้ ให้กับคริปโทเคอเรนซี ก็เข้ามาจอยทีมสร้างโปรดักต์ใหม่ๆ ไปด้วยกัน ก่อนขยายออกไปเป็นหน่วยธุรกิจ (Business Unit : BU) ใหม่ของบิทคับ 

นอกจากการสรรหาแล้ว ที่ผ่านมายังได้ทีมมูนช็อตจากงาน "Hackathon" รวมถึง "Tech challenge" ซึ่งเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงฝีมือ สร้างโปรดักต์ของตัวเองแล้วเอามาดูกันว่าถ้าโปรดักต์เหล่านี้มันอยู่บนบิทคับในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะสร้างโอกาสแบบนั้น" สกลกรย์ กล่าว

  •  องค์กรยุคใหม่ ต้องกล้าคิดไปถึงสิ่งที่ยังเป็นไปไม่ได้ 

แน่นอนว่าเมื่อพูดคำว่า Moonshot ทุกคนคงนึกถึงวินาทีปล่อยจรวดขึ้นสู่ดวงจันทร์  ไม่ต่างกัน! คำว่า มูนช็อต หรือการไปถึงดวงจันทร์ที่เหล่าสตาร์ทอัพชอบใช้ ก็มีเป้าใหม่ไม่ได้ต่างไปมากนัก นั่นคือการคิดทะลุกรอบเดิมๆ แบบไร้ขีดจำกัด แม้แต่สิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น หรือสิ่งที่หลายคนบอกเป็นไปไม่ได้   

อย่างไรก็ตามอาจกล่าวได้ว่า มูนช็อตของบิทคับเอง ก็อาจเปรียบเหมือนทีมวิจัยและพัฒนา R&D (Research and development) คือเป็นทีมแล็บที่ทดลองอะไรใหม่ๆ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่มักจะมีทีมแบบนี้ซ่อนอยู่ เพียงแต่อาจจะไม่ได้เรียกชื่อว่าเป็น Moonshot เท่านั้น 

เช่น วัฒนธรรมองค์กรของ Google ที่ประสบความสำเร็จเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกได้จากการเปิดโอกาสให้พนักงานกล้า "ตั้งเป้าหมายให้ถึงดวงจันทร์" ที่หมายถึงการคิดแบบ 10X แทนที่จะคิดแค่ 10% ของงาน

พูดง่ายๆ คือตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน จะทำให้คนในทีมมีความกล้าที่จะคิดอะไรใหม่ๆ สร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจในการทำงานในโปรเจคใหญ่ๆ ได้ดี และทำให้ได้ผลลัพธ์ใหญ่ตามไปด้วย 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปขนาดไหน แต่หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจก็ยังคงเป็น "คน" และ "แนวคิด" ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรจะพุ่งทยานไปในทิศทางที่นำไปสู่จุดหมายได้หรือไม่