ข่าวดีที่ประเทศไทยมียูนิคอร์น 3 รายในปีเดียว หลังจากที่รอคอยมานาน อีกทั้งยังมีคนไทยไปร่วมเป็นผู้ก่อตั้งยูนิคอร์นล่าสุดของอินโดนีเซีย ทำให้แวดวงสตาร์ทอัพคึกคักขึ้นมาทันที
ในการปรับโครงสร้างสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีบทบาทมากขึ้นในการสร้างนวัตกรรม คือ “สตาร์ทอัพ (Startup)” ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี บวกกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนา solution ตอบโจทย์การแก้ปัญหาให้กับผู้คน ขณะเดียวกันก็ทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ด้วย
หลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรม และสร้างกองทัพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต
ยกตัวอย่างเช่น อิสราเอล มีประชากรเพียง 9 ล้านคน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ชาติแห่งสตาร์ทอัพ (Startup Nation)” ประสบความสำเร็จในการสร้างสตาร์ทอัพกว่า 10,000 ราย ด้วย ecosystem ที่พร้อมทั้งบุคลากรด้านเทคโนโลยี การลงทุนวิจัยและพัฒนาสูงถึง 4.9% ของ GDP การสร้างความร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติกว่า 350 บริษัท ศูนย์บ่มเพาะ (Accelerator/Incubator) 150 แห่ง ในด้านการเงิน มี Venture Capital (VC) กว่า 200 กองทุน โดยเป็น VC ต่างชาติ 70 กองทุน อีกทั้งยังมีเงินร่วมลงทุนจากรัฐบาลเพื่อแบ่งรับความเสี่ยง และ Tech Grant อีกจำนวนมาก
ประเทศอื่นในเอเชียที่โดดเด่นเรื่องการพัฒนาสตาร์ทอัพคือ ประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่และมีเทคโนโลยีแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โดยเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ส่งเสริมสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง ถึงขนาดตั้งกระทรวงใหม่เมื่อปี 2560 ในชื่อว่า Ministry of SMEs and Startups โดยได้ร่วมมือกับบริษัทใหญ่และรัฐบาลท้องถิ่นจัดตั้ง Center for Creative Economy and Innovation (CCEI) 19 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสาขาต่างๆ ให้เติบโตและออกไปสู่ตลาดโลกได้
ในส่วนญี่ปุ่น กระทรวง METI ได้ริเริ่มโครงการ “J-Startup” เพื่อผลักดันให้สตาร์ทอัพญี่ปุ่นออกไปแข่งขันระดับโลกและตั้งเป้าให้เติบโตเป็นยูนิคอร์น 20 บริษัทภายในปี 2566 อีกทั้งมีมาตรการ Startup Visa และ JETRO Global Acceleration Hub สนับสนุนให้สตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในญี่ปุ่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ecosystem และยังได้จัดงาน Rock Thailand ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยส่งสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพออกมาบุกตลาดประเทศไทย จัดเวทีนำเสนอโมเดลธุรกิจ และสร้างความร่วมมือกับบริษัทไทยเพื่อต่อยอดธุรกิจด้วย
ตัวชี้วัดหนึ่งที่แสดงถึงความก้าวหน้าของธุรกิจสตาร์ทอัพในแต่ละประเทศ คือ จำนวนยูนิคอร์น (Unicorn) หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศที่มียูนิคอร์นมากที่สุดในโลก คือ สหรัฐ (400 ราย) รองลงมาคือ จีน (250 ราย) และอินเดีย (70 ราย)
สำหรับประเทศไทย ในปีนี้เรามียูนิคอร์นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกถึง 3 ราย คือ Flash Express (โลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซครบวงจร), Ascend Money (ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล) และล่าสุดคือ Bitkub (แพลตฟอร์มเทรดเหรียญดิจิทัล) อีกรายหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นในวงการคือ คุณญาดา ปิยะจอมขวัญ คนไทยที่เป็น Co-founder ของ Ajaib (แพลตฟอร์มเทรดหุ้น) สตาร์ทอัพที่ทะยานสู่ยูนิคอร์นได้เร็วที่สุดของอินโดนีเซีย รุ่นพี่ยูนิคอร์นเหล่านี้ จะเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ อีกทั้งยังช่วยดึงดูด talent และทำให้นักลงทุนสนใจสตาร์ทอัพในไทยมากขึ้น
ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ต้องช่วยกันปลดล็อคอุปสรรค และเสริมสร้าง ecosystem รวมทั้งการดึง VC และ Incubator ระดับโลกเข้ามามากขึ้น เพื่อให้ทศวรรษหน้าเป็น “ทศวรรษแห่งสตาร์ทอัพ” ที่เหล่าสตาร์ทอัพจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจใหม่ได้อย่างแท้จริง








