โอสถสภา ดึงจุดแข็งธุรกิจร้อยปี จุดพลุเครื่องดื่มสุขภาพหนุนโต

โอสถสภา ดึงจุดแข็งธุรกิจร้อยปี  จุดพลุเครื่องดื่มสุขภาพหนุนโต

ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “แสนล้านบาท” ยังคงได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ระบาดต่อเนื่อง เฉพาะไตรมาส 3 หลายหมวดติดลบอัตรา 2 หลัก โอสถสภา เดินหน้าลดต้นทุน เน้นสร้างกำไรต่อเนื่อง พร้อมกลับไปโฟกัสสินค้าสุขภาพ

โอสถสภา รายงานสถานการณ์ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไตรมาส 3 มูลค่า 19,500 ล้านบาท ติดลบหนัก 16.3% เครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริ้งค์ มูลค่า 8,500 ล้านบาท ดิ่งไม่แพ้กัน 18.4% ส่วนสบู่เหลวสำหรับเด็กมูลค่า 1,300 ล้านบาท หดตัว 12.7% และแป้งเด็กมูลค่า 2,000 ล้านบาท หดตัว 21.6% ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหดตัว เกิดจากสถานการณ์โรคระบาด และกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง นอกจากนี้ เมื่อเจาะลึกกลุ่มหมวดสินค้าของบริษัท ผลิตภัณฑ์ทเวลฟ์พลัส หดตัวถึง 52.1%

นางพรธิดา บุญสา ประธานฝ่ายปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงิน บริษัท โอสถสภา จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่อยู่บ้าน ทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องแต่งตัวมากนัก และตัดงบการใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นลำดับแรก จึงส่งผลกระทบต่อตลาดผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ส่วนบุคคลหรือเพอร์ซันนอลแคร์ แม้เดือนกันยายน ตลาดจะได้รับผลกระทบหนัก แต่แนวโน้มเดือนตุลาคม ตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการเปิดเมืองเดือนพฤศจิกายน การเติบโตดีขึ้นตามลำดับ

 ทั้งนี้ แนวทางการทำตลาดสินค้าต่างๆ บริษัทให้ความสำคัญการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงการกลับมาโฟกัสรากฐานธุรกิจของโอสถสภาตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา เกิดจากการเป็นบุกเบิกตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยจะปลุกตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสมุนไพรมากขึ้น จะสปีดทำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริ้งค์ เพื่อคว้าโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

“เราจะกลับไปสู่รากฐานของโอสถสภา ในการเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันเทรนด์สินค้าสุขภาพกลับมาร้อนแรงต่อเนื่อง เราจึงรีสตาร์ทจุดพลุเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนผสมสมุนไพร การเร่งทำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอล หลังจากที่ผ่านมา ตลาดโดยรวมหดตัวลง แต่เครื่องดื่มวิตามินซี ซีวิท กลับสร้างการเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ และมีส่วนแบ่งทางการตลาด 36.2% และส่วนแบ่งทางการตลาดฟังก์ชันนอลดริ้งค์รวมแตะ 39.8% เพิ่มขึ้นกว่า 3%”

ส่วนแผนธุรกิจปี 2565 และระยะยาวบริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำกำไร และยอดขายเติบโตเป็นอัตรา 2 หลัก จึงเดินหน้าโครงการฟาสต์ ฟอร์เวิร์ด เท็น เอ็กซ์ มุ่งลดต้นทุนให้ได้ 5,000-7,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จากที่ผ่านแผนฟิตแอนด์เฟิร์มลดต้นทุนไปกว่า 2,500 ล้านบาท โดยการลดต้นทุนจะเกิดทั้งด้านการผลิต การทำตลาดและประชาสัมพันธ์ การขาย รวมถึงการทรานส์ฟอร์มด้านบุคลากร เทคโนโลยี และสินทรัพย์ที่มี ขณะเดียวกันบริษัทยังวางงบลงทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจในปี 2565

 

อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำตลาดปีหน้า จะเห็นการออกเครื่องดื่มวิตามินซี ซีวิทใหม่ จากพอร์ตโฟลิโอที่มีทั้งความงาม และบรรจุภัฑ์กล่องเพื่อตอบโจทย์การบริโภคในบ้าน รวมถึงการผนึกกับยันฮี ในการผลิตเครื่องดื่ม และเพอร์ซันนอลแคร์ที่มีส่วนผสมกัญชา กัญชง รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคโดยไม่เกี่ยวกับตลาดเครื่องดื่ม จากที่ผ่านมาผนึกกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้ลูกค้าซื้อประกันอุบัติเหตุผ่านลอยัลตี้โปรแกรมเอ็มพ้อยท์ และออกสินค้าเสริมทัพช่องทางออนไลน์ซึ่งปัจจุบันเติบโตสูง แต่ฐานยอดขายยังค่อนข้างต่ำมาก

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์