วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

โบรกอัพเป้ากำไร “หุ้น SCB“ ตอบรับดีล Bitkub แนะเป็น "หุ้นเด่น" น่าลงทุน

โบรกอัพเป้ากำไร “หุ้น SCB“ ตอบรับดีล Bitkub แนะเป็น "หุ้นเด่น" น่าลงทุน

โบรกฯ เลือก SCB เป็นหุ้นเด่นวันนี้ ปัจจัยหนุนดีลซื้อ "บิทคับ ออนไลน์" มูลค่ากว่า 1.78 หมื่นล้าน "บล.ยูโอบีฯ" คาดเสริมแกร่งระยะยาว-ลดความเสี่ยงถูกดิสรัป "บล.ฟินันเซียฯ" จ่อเพิ่มเป้ากำไรปี 65 ราว 3-5%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า SCB เข้าซื้อหุ้น 51% ในบิทคับ (Bitkub) มูลค่า 17,850 ล้านบาท ซึ่งเป็นดีลที่น่าสนใจมาก เมื่อพิจารณาจากมูลค่า (Valuation) ที่ราคาต่อกำไร (PER) ประมาณ 18 เท่า และราคาต่อการขาย (P/S) ที่ประมาณ 8 เท่า (อิงจากรายได้และกำไร 9 เดือนที่ 3,279 ล้านบาท และ 1,533 ล้านบาท) ขณะที่มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 92% 

เรามองสาเหตุที่ SCB ตัดสินใจเข้าซื้อเนื่องจาก

1) Bitkub เป็นผู้เล่นรายใหญ่ของการซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ในไทย ที่มีโอกาสเติบโตมากกว่านี้ หากมีการกำกับดูแลที่ดีที่ทำให้ผู้ลงทุนแพลตฟอร์มต่างประเทศเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มในประเทศ

2) ความสามารถในการทำกำไรที่สูง แม้ปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Bitkub ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาคิดเป็น 6.5% ของปริมาณการ ซื้อขายหุ้นไทย (มูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ประมาณ 1.03 ล้านล้านบาท เทียบกับปริมาณซื้อขายหุ้นไทยที่ 16.43 ล้านล้านบาท) แต่กำไรของ Bitkup สูงกว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดใกล้กัน และใกล้เคียงบริษัทหลักทรัพย์อันดับ 1-2 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1-2 (รวมกำไรธุรกิจวาณิชธนกิจ) แต่ถ้ามองเฉพาะกำไรจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ผลการดำเนินงานของ Bitkub จะสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

3) ราคาซื้อขายไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโต รวมถึงโอกาสในการซื้อขายสินทรัพย์และ ธุรกรรมดิจิทัล ใหม่ๆ

4) ฐานลูกค้าของ Bitkub มีความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่าฐานลูกค้ารวมของ SCB ทำให้ไม่ซ้อนทับกับฐานลูกค้าปัจจุบัน

5) ฐานลูกค้าของ Bitkub มีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองสูง และต้องการการดูแลต่ำ หรือมีโมเดลธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม ซึ่งขยายตัวได้เร็ว และมีต้นทุนส่วนเพิ่มน้อย ขณะที่การขายสินทรัพย์ทางการเงินในปัจจุบันต้องผ่านผู้ดูแลความสัมพันธ์ (RM) หรือที่ปรึกษาการลงทุน (IC) ที่มีต้นทุนสูงกว่า และการเพิ่มขนาดธุรกิจ (Scale up) ทำได้ยากและช้ากว่า

6) การรุกเข้าสู่ธุรกิจที่มีเทคโนโลยีที่มีโอกาสเป็นคู่แข่งกับธนาคารและสถาบันการเงินในอนาคต จะทำให้ลดความเสี่ยงที่ธนาคารจะถูกดิสรัปลดลง

ธนาคารขนาดใหญ่มีแนวโน้มซื้อขายด้วยราคาต่อมูลค่าบัญชี (PBV) ที่สูงขึ้น แนวโน้มการดึงธุรกรรมที่เคยกังวลว่าจะหลุดจากระบบของธนาคารผ่านเทคโนโลยีแบบกระจายจากศูนย์กลาง (Decentralize) กลับเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศน์ของธนาคาร (Re-centralize) จะช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคต และเป็นบวกต่อ พรีเมียมการซื้อขายของ หุ้นธนาคาร  ซึ่งทำให้ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการปรับตัวจะซื้อขายในระดับที่มีส่วนลด (Discounted) น้อยลง

ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กที่ไม่มีศักยภาพที่จะปรับตัวหรือแข่งขัน จะเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันสูงขึ้น เรายังคงชอบธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง SCB KBANK และ BBL

นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยเลือก SCB เป็น หุ้นเด่นวันนี้ (3 พ.ย) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายจาก 160 บาท ได้ปัจจัยหนุนจากการเข้าลงทุนสัดส่วน 51% ใน Bitkub Online ด้วยเงินลงทุน 1.78 หมื่นล้านบาท คิดเป็น PE ราว 17-18 เท่าซึ่งไม่แพง และจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในด้านฟินเทคสำหรับ SCB

นอกจากนี้ คาดว่า Bitkub จะสามารถเติบโตได้อีกมากจากทั้งตลาดคริปโตฯ ที่เป็นขาขึ้น และการขยายฐานลูกค้าเพิ่มจากลูกค้าดิจิทัลของ SCB ที่มีกว่า 18 ล้านคน เราประเมินโอกาสปรับขึ้น (Upside) ของกำไรปี 2565 ราว 3-5%

ส่วนการเก็งกำไรแนะนำแนวรับ 127.50 บาท และแนวต้าน 133-137 บาท