บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี คัด5 หุ้นเด็นลงทุน รับตลาดหุ้นเดือนพ.ย.ปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลัง เหตุ มีความชัดเจน "เฟดปรับลดQE -ผลประชุมโอเปคพลัส -บจ.ประกาศงบไตรมาส3/64ครบแล้ว " มองกรอบดัชนี 1,600-1,660 จุด
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย ) กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย เดือนพ.ย.2564 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ หลังจากมีความชัดเจนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่จะประชุมในวันที่ 2-3 พ.ย.จะปรับลดQE หรือไม่ เพราะ ตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมาไซด์เวย์ดาวน์ เพื่อรอความชัดเจนดังกล่าว และ รอผลประชุมโอเปคพลัส ในวันที่ 4 พ.ย. ดูทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งหากยังคงการผลิตเพิ่มขึ้นที่ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จะมีผลทำให้ราคาน้ำมันขึ้นต่อ
รวมถึงการประกาศกำไรของบจ.ในไตรมาส3ปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ โดยที่ผ่านมากองทุนในประเทศขายสุทธิต่อเนื่องในเดือนต.ค.เพื่อรอกลับมาซื้อหลังราคาหุ้นย่อตัวลงแล้วหลังประกาศงบ
นอกจากนี้ MSCI จะมีการประกาศปรับน้ำหนักการลงทุน ในวันที่ 11 พ.ย. ไทยจะทราบเช้าในวันที่12 พ.ย. ซึ่งจะติดตามว่า จะปรับน้ำหนักหุ้นไทยอย่างไร เพราะ10 ปีที่ผ่านมาปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยต่อเนื่อง ซึ่งหากปรับลดเชื่อว่าจะไม่มากแล้ว ขณะที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติต้องติดตามว่าจะยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องหรือไม่ หลังจากที่ซื้อติดต่อกัน 3 เดือนที่ผ่านมาและซื้อในจำนวนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ย.แนะนำทยอยซื้อสะสม หลังจากมีความชัดเจนประชุมเฟด โอเปค และการประกาศงบจ.ประกาศกำไรไตรมาส3ปี2564 หมดแล้ว
โดยหุ้นที่แนะนำลงทุน จะเป็นหุ้นที่ได้รับผลดีจากการเปิดประเทศ และ ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นสามารถลงทุนได้ต่อเนื่องถึงปีหน้า โดย
5 หุ้นเด็ด มีดังนี้
1.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALLเนื่องจากได้รับผลดีจากการประเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะนักลงทุนต่างชาติจะมาใช้จ่ายในร้าน 7-11 เป็นปกติ และการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ในจังหวัดท่องเที่ยวและโดยเฉพาะกรุงเทพทำให้มีชั่วโมงขายเพิ่มขึ้น และมีสตอรี่ขายหุ้น แมคโคร ทำให้มีกำไรพิเศษเข้ามา ทำให้ปลดล็อกมูลค่าแมคโคร ในการเข้าSETถจ และจะเพิ่มแวลูแม็คโครก็จะหนุน CPALL ให้ ราคาเป้าหมาย 84 บาท
2.บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ CRC รายได้ปกติอิงท่องเที่ยว20% ทำให้รายได้ ตรียมเปิดเมือง นักท่องเที่ยว ให้ราคาเป้าหมายเป้า 42 บาท
3.ธนาคารกสิกรไทย KBANK เนื่องจากราคาหุ้นยังอยู่ระดับต่ำ และได้ประโยชน์ เปิดประเทศNPL ดีขึ้น บอนด์ยิลด์สูงขึ้น จากเฟดลดQEและยังมีอัพไซด์จากการปรับโครงสร้างการเป็นเทคคอมพานี ให้ราคาเป้า170 บาท
4.บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เพราะ ได้รับผลดีจากธปท.ผ่อนคลายมาตรการ LTV และ ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส3ปี 2564 เติบโตจากช่วงเดียวกัรนปีก่อน ให้ราคาเป้าหมาย 26.75 บาท
5. SPRC ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นสูงขึ้น ซึ่งไตรมาส4 ปีนี้ จะเป็นไตรมาสที่ค่าการกลั่นสูงสุดของปีนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น และวิกฤติพลังงานในยุโรปและอเมริกา ขาดแคลนก๊าซ และถ่านหินแพง จึงหันมาใช้น้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าซ ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น และการเปิดประเทศ ทำให้ประชาชนใช้น้ำมันขึ้น และปีหน้ามีกำไรก็จะกลับมาปันผลได้ ให้ ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท







