สอท.เผยผลสำรวจความเห็นนักธุรกิจ ส่วนใหญ่เห็นว่าหลังโควิดโมเดลธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงต้องเร่งปรับตัวรับพร้อมหนุนเปิดประเทศเคลื่อนเศรษฐกิจต่อ
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผล การสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 10 ในเดือนก.ย. 2564 ภายใต้หัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมพร้อมเปิดประเทศแล้วหรือยัง?”จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 150 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า
ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. นี้ โดยขอให้ภาครัฐดำเนินนโยบายที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางธุรกิจมากขึ้นและบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการพักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ยสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ภาคเอกชน รวมทั้ง การขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวเพื่อให้ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบันเทิง เปิดให้บริการได้ พร้อมแนะภาคเอกชนเร่งปรับ Business Model ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19
ทั้งนี้เมื่อถามถึงภาคอุตสาหกรรมควรเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศอย่างไร อันดับที่ 1 ผู้ตอบแบบสอบถามในสัดส่วน 73.3% ระบุว่าต้องปรับ Business Model ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ส่วนอันดับที่ 2 เห็นว่าต้องนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจสัดส่วนถึง 71.3%ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดและ อันดับที่ 3 ต้องพัฒนาสินค้าและบริการที่ให้ความสำคัญด้านสุขอนามัย และการรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สัดส่วน 66.0% อันดับที่ 4 ต้องปฏิบัติตามมาตรการ Bubble and Seal ในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง สัดส่วน57.3%
เมื่อถามว่าหลังเปิดประเทศ รัฐควรมีการส่งเสริมอย่างไรอันดับที่ 1 พักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ย สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เป็นระยะเวลา 6 เดือน สัดส่วน76.0% อันดับที่ 2 ขยายระยะเวลาเคอร์ฟิว และผ่อนผันให้ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบันเทิง เปิดให้บริการได้ 74.0%
ส่วนคำถามว่าท่านเห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ หรือไม่
อันดับที่ 1 เห็นด้วย 78.0% อันดับที่ 2 ไม่เห็นด้วย 22.0%









