กันไว้ดีกว่าแก้! เตรียมความพร้อมรับมือกรณี "น้ำท่วมบ้าน" เมื่อ "น้ำท่วม 2564" ยังไม่จบง่ายๆ ชวนเช็ค "ประกันที่อยู่อาศัย" แบบไหนคุ้มครอง "น้ำท่วม" จากธรรมชาติบ้าง และเลือกอย่างไรให้เหมาะสม
ทุกครั้งที่มี "ภัยน้ำท่วม" เกิดขึ้น เหตุการณ์ "น้ำท่วมบ้าน" สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและตัวบ้าน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวลในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ด้วยการวางแผน "ประกันภัย" สำหรับ "ที่อยู่อาศัย" ไว้ล่วงหน้า
"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" พาไปเช็คประกันที่อยู่อาศัยรูปแบบต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยรับแรงกระแทกเมื่อบ้านของเราตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงน้ำท่วม มีโอกาสได้รับเงินชดเชยครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ ซึ่งมีหลากหลายแบบ
- ประกันอัคคีภัย
"ประกันอัคคีภัย" เป็นการทำประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยที่กฎหมายบังคับให้ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ทำเพื่อป้องกันภัยจากไฟเป็นหลัก
ประกันอัคคีภัยมักจะให้ความคุ้มครองในระยะสั้น ประมาณ 1-3 ปี ค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและลักษณะของอาคาร โดยจะให้ความคุ้มครองภัย 6 อย่าง ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ (ภัยที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุจากน้ำเท่านั้น เช่น น้ำรั่ว น้ำไหลล้นจากท่อน้ำ ถังน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ผ่านเข้าทางท่ออากาศที่ชำรุด โดยไม่รวมน้ำท่วมจากภัยธรรมชาติ)
หมายความว่า "ประกันอัคคีภัย" ไม่ครอบคลุมกรณี "น้ำท่วม" ที่มาจากภัยธรรมชาติ และท่อประปาที่แตกจากนอกอาคาร
- ประกันคุ้มครองเรื่อง "ภัยพิบัติ"
หากต้องการเคลมประกันจากเหตุการณ์น้ำท่วมจากธรรมชาติ เจ้าของบ้านจะต้องทำประกันเพิ่มให้ครอบคลุมกรณี "น้ำท่วม" จากภายนอกเพิ่มเติมเอง
โดยปัจจุบันมีประกันที่อยู่อาศัยหลายบริษัทที่เปิดขายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยพิบัติ หรือประกันน้ำท่วมโดยเฉพาะ
ประกันประเภทนี้จะช่วยคุ้มครองเพิ่มเติมเมื่อเกิดจากภัยธรรมชาติต่างๆ ด้วย ได้แก่ ภัยน้ำท่วม ภัยลมพายุ ภัยแผ่นดินไหว ภัยลูกเห็บ รวมถึงสินามิ หรือตามรายละเอียดในกรมธรรม์โดยจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามการเลือกของแต่ละกรมธรรม์
- วิธีและขั้นตอน "เคลมประกัน" เบื้องต้น เมื่อน้ำท่วมบ้าน
หลังจากน้ำท่วมบ้าน นอกจากต้องจัดการสิ่งของในบ้านให้พ้นจากน้ำ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแล้ว อย่าลืมเตรียมหลักฐานต่างๆ ไว้สำหรับเคลมประกันด้วย โดยเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ ที่ควรมีเบื้องต้น มีดังนี้
1. ถ่ายรูปไว้ทั้งระหว่างน้ำท่วมและหลังจากน้ำลดแล้ว และเมื่อเกิดเหตุต้องรีบแจ้งให้บริษัทรับทราบทันที
2. เตรียมหลักฐานและเอกสารให้บริษัทฯ โดยเร็ว ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เกิดความเสียหาย ดังนี้
- หนังสือเรียกร้องความเสียหาย ซึ่งจะต้องแจ้งรายละเอียดทรัพย์สินและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น
- ภาพถ่ายความเสียหาย (แสดงสภาพทั่วไปของสถานที่เอาประกันภัย และบริเวณที่ได้รับความเสียหาย)
- หากทำประกันภัยบ้านหรือทรัพย์สินไว้กับบริษัทประกันภัยอื่นมากกว่า 1 บริษัท จะต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบด้วย
3. เตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องตามที่บริษัทฯ ร้องขอ เช่น เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น





