วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

นับถอยหลัง "ฐากร ปิยะพันธ์" โบกมือลา "เครือไทยโฮลดิ้งส์"

นับถอยหลัง "ฐากร ปิยะพันธ์" โบกมือลา "เครือไทยโฮลดิ้งส์"

เตรียมตัวนับถอยหลังบทบาทซีอีโอ "เครือไทยโฮลดิ้งส์" (TGH) ของ "ฐากร ปิยะพันธ์" ที่จะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือน พ.ย.64 นี้ ชวนย้อนดูบทสัมภาษณ์ของฐากร กับแผนงานสู่เป้าหมาย TOP5 บนสังเวียนประกันวินาศภัยและประกันชีวิต

เกิดอะไรขึ้นกับพี่เอ๋อ ฐากร ปิยะพันธ์ ที่ตัดสินใจโบกมือลาจากเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH กลุ่มธุรกิจการเงินและประกันของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีติดอันดับโลกของไทย โดยมีผลวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ทั้งๆ ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อ 23 พ.ย.2563 เป็นเรื่องที่ยังต้องหาคำตอบต่อไป

"กรุงเทพธุรกิจ" รายงานบทสัมภาษณ์ ฐากร ปิยะพันธ์ ไว้เมื่อต้น 6 ม.ค. 2564 หลังรับตำแหน่งใหม่ๆ ที่ TGH โดยการมาของ ฐากร ที่เพิ่งโบกมือลาธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ “การเงิน” “ประกัน”ในขณะนั้นเลยทีเดียว เพราะ ฐากร ได้ชื่อว่า เป็นผู้ปลุกปั้น "กรุงศรีคอนซูเมอร์" ทั้งบัตรเคดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล จนติดลมบนมาแล้ว

การมาของ “ฐากร” ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 เดือน(ในขณะนั้น) ยิ่งดูดดึงให้ “เครือไทยโฮลดิ้งส์” น่าจับตา และโดดเด่นมากขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่ “ฐากร” เข้ามาดำรงตำแหน่งไม่นาน ก็ได้เข้ามาพลิกฟื้น “เครือไทยโฮลดิ้งส์” จากเงียบๆ ให้ฟื้นกลับมา มีชื่อติดชาร์ตในแวดวงการการเงินอีกครั้ง และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกมากขึ้น ด้วย ฝีมือของ “ฐากร” แม่ทัพใหญ่ ของ TGH

 “ฐากร” แม่ทัพแห่ง TGH เล่าให้ฟังว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเครือไทยโฮลดิ้งส์ในช่วง 3 ปีแรก หลักๆ ในช่วง 2 ปีแรก อาจไม่ได้หวือหวามากนัก แต่จะเป็นปีที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการปรับเปลี่ยน เห็นการเพิ่มสิ่งต่างๆ ให้เท่ากับคนอื่น และเป็น 2 ปี ที่ต้องให้ความสำคัญ ในการปรับวัฒนธรรมองค์กร เห็นการจัดองค์กรให้เป็นระบบมากขึ้น และวางโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆเพื่อต่อยอดการเติบโตธุรกิจ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กร มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ การเร่งลงทุน เพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยี ให้เครือไทยโฮลดิ้งส์ ผ่าน Core Platform คือ อินชัวร์เทค ,ดาต้า และ ปัญญาประดิษฐ์(AI) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนสร้างแพลตฟอร์มร่วมกับสิงคโปร์ (PUSEMETRICS PTE LTD.) โดยได้ตั้ง บริษัทเซ็นทริคส์ คอนซัลติ้ง จำกัด เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล วิจัย และจัดตั้งบริษัท เอสโซฟิน จำกัด เพื่อให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ TGH เพื่อรองรับการทำดิจิทัลโซลูชั่น เหล่านี้ทำให้ TGH มีความพร้อมแล้วระดับหนึ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น TGH ยังได้มีการลงทุนผ่านพันธมิตร อาทิ 500 TukTuk และยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรอีก 4-5 ราย เพื่อต่อยอดในการทำธุรกิจประกัน หรือ สินเชื่อในอนาคตเพิ่มเติมด้วย

“แนวทางที่เราไว้ในช่วง 3 ปีแรก คือการพัฒนาระบบ วางโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับแผนของกรุ๊ป ภายใต้ คอนเซปต์ “Life Solution Insurance and Financial Platform” ที่สามารถสร้างอีโคซิสเต็มด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น รถ บ้าน ครอบครัว สุขภาพ และสถาบันที่มีฐานเครือข่ายอยู่ โดยจะใช้ศักยภาพนี้ต่อยอดธุรกิจ”

สำหรับเป้าหมายของการขยายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ปัจจุบัน บริษัทมีฐานลูกค้าที่ราว 3 ล้านคน แผนคือต้องผลักดันลูกค้าเหล่านี้ ให้ขึ้นมาอยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ได้ราว 30% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

หากสามารถทำได้ตามแผน เชื่อว่า หลังจากนี้จะเห็นการเติบโตของธุรกิจวินาศภัยและประกันชีวิตก้าวกระโดด และเป็นส่วนผลักดันสำคัญให้บริษัทก้าวขึ้น 1 ใน 5 หรือ Top5 ในธุรกิจดังกล่าวในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่อันดับ 6 และประกันชีวิตอันดับ 10 ถือว่าไม่ง่ายแต่ก็ไม่เกินเอื้อมภายใต้คู่แข่งที่ใหญ่และแข็งแกร่ง

อีกด้าน คือ รักษาผู้นำอันดับหนึ่ง ในธุรกิจรถเช่าองค์กรให้ต่อเนื่อง และต่อยอดไปสู่การเติบโตใหม่ๆ ได้มากขึ้น เช่นเดียวกันการต่อยอดธุรกิจของบริษัทที่อยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้น ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นเองหรือส่งต่อพันธมิตร เช่น การต่อยอดธุรกิจโรงพยาบาลในเครือข่าย ที่มีกว่าสองพันแห่ง หรือสามารถทำ Crowdsourcing อะไหล่รถยนต์ เป็นต้น

“หากเราทำให้ทั้งตลาดประกันวินาศภัยและชีวิตเป็นดิจิทัลได้ โอกาสในการเติบโตจะมีอีกเยอะ วันนี้คนซื้อประกันผ่านดิจิทัลไม่ได้มาก แต่หากบริษัทสามารถให้บริการที่ดี มีดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ดี สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้ คุ้มค่ากับเงินที่ลูกค้าจ่าย ต่อไปก็ไม่จำเป็นที่ต้องดั๊มพ์ราคาแข่งกัน ธุรกิจก็โตได้”

..ทั้งหมดนั้น คือ แผนระยะ 3 ปีที่ ฐากร วางไว้สำหรับเครือไทยโฮลดิ้งส์ บนเป้าหมายก้าวสู่ Top5 ของธุรกิจวินาศภัยและประกันชีวิตในประเทศไทย ที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า เมื่อไม่มีชายชื่อ "ฐากร" รั้งบังเหียนบริหารแล้ว เครือไทยโฮลดิ้งส์ จะเดินต่อในทิศทางใด

และก้าวต่อไปของ ฐากร ปิยะพันธ์ จะยังโลดแล่นในอุตสาหกรรมการเงินในบทบาทและสถานะใด หลังจากนี้!?