ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ (17 ก.ย.)ดัชนีปิด อยู่ที่ระดับ 1,621.15 จุด ปรับลง 10.55 จุด หรือลดลง 0.65% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 52,434 ล้านบาท โบรกฯชี้ตลาดกังวลประชุมเฟดสัปดาห์หน้าลดคิวอี และบาทกลับอ่อนค่ามากสุดในรอบ 1 เดือน คาดช่วงบ่ายยังเคลื่อนไหวแดนลบ
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 ก.ย.) ดัชนี SET Index ปิดตลาดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 1,621.15 จุด ปรับลง 10.55 จุด หรือคิดเป็นลดลง 0.65% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 52,434 ล้านบาท
เคลื่อนไหวในกรอบ 1,617.31-1,635.04 จุด โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ KCE PTT และ HANA
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงกว่า 10 จุด มาจากปัจจัยหลักกดดัน คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) พุ่งขึ้น และเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากความกังวลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า (21-22 ก.ย.) อาจจะเปิดเผยช่วงเวลาปรับลดวงเงินโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และจำนวนวงเงิน ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (Fund Flow) ชะลอ โดยเงินบาทอ่อนค่ามากสุดในรอบ 1 เดือน และรอติดตามสัญญาณของเฟดสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศปรับตัวขึ้นมาระดับ 1.4 หมื่นรายจากที่เคยลงไปแตะ 1.1 หมื่นราย หลังคลายล็อกดาวน์มา 15 วันว ทำให้เกิดความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19
ส่วนกรณีไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของจีนประกาศยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด อาจกระทบกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ถือหุ้นกู้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ฯ แต่อสังหาริมทรัพย์ไทยไม่กระทบเพราะไม่มีการร่วมลงทุนแต่อย่างใด
แนวโน้มตลาดหุ้นช่วงบ่าย นายศราวุธ คาดว่ายังเคลื่อนไหวในแดนลบต่อเนื่องจากช่วงเช้า ยกเว้นกลุ่มส่งออก กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า โดยให้แนวรับที่ 1,617 จุด แนวต้านที่ 1,627 จุด








