(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) กรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงแมลงเป็นอาชีพหลักและเสริม ตามเทรนด์แมลงเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งงบสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง ระบุ กรมฯจะส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจทั้งที่เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม เพราะมองเห็นศักยภาพสินค้าแมลงของไทย เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลง จึงทำให้ประเทศไทยมีความหลากหลายของชนิดแมลงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในการเลี้ยงและใช้ประโยชน์จากแมลงมานาน นับเป็นจุดแข็งที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพในการเลี้ยงแมลงให้เป็นแมลงเศรษฐกิจได้ ช่วยสร้างอาชีพ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2564 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาแปลงเรียนรู้และขยายพันธุ์สินค้าเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งรวมถึงสินค้าแมลงเศรษฐกิจ 4 ชนิด ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง และจิ้งหรีด โดยโอนงบประมาณในการผลิตขยายพันธุ์แมลงเศรษฐกิจและการจัดทำแปลงเรียนรู้ให้กับศูนย์ปฏิบัติการ จำนวน 27 แห่ง เพื่อผลิตและขยายพันธุ์แมลงเศรษฐกิจให้เพียงพอตามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ และสนับสนุนกิจกรรมโครงการต่างๆในปีงบประมาณ 2565 อีกด้วย
สำหรับสถานการณ์การผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจในปี 2563/64 ได้แก่ 1. ผึ้งพันธุ์ มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งพันธุ์กว่า 1,248 ราย จำนวนรังประมาณ 360,395 รัง จากการรายงานของ FAO ปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งเป็นอันดับสองของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก นอกจากนี้การบริโภคน้ำผึ้งภายในประเทศขณะนี้มีปริมาณสูงขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุ และมีกระแสการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
2.ผึ้งโพรง มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งโพรงกว่า 23,922 ราย จำนวนรังประมาณ 168,944 รัง น้ำผึ้งจากผึ้งโพรงเป็นที่นิยมมากของผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพและชื่นชอบในความหอมแบบเฉพาะตัวของน้ำผึ้ง เกษตรกรจึงมีรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นจากการเลี้ยงผึ้งโพรงเป็นอย่างดี และลงทุนไม่สูงมากทำให้อาชีพการเลี้ยงผึ้งโพรงเป็นที่นิยม และมีจำนวนเกษตรกรสนใจเลี้ยงผึ้งจากทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี
3. ชันโรง มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงกว่า 2,828 ราย จำนวนรังประมาณ 16,546 รัง ซึ่งการเลี้ยงชันโรงเป็นที่นิยมของเกษตรกรในภาคตะวันออกและภาคใต้เป็นอย่างมาก เกษตรกรจะเลี้ยงชันโรงเพื่อช่วยผสมเกสรในสวนของตัวเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดดอกออกผลของพืชผลทางการเกษตร และจะได้รับผลพลอยได้จากการเลี้ยงชันโรงเป็นน้ำผึ้งและพรอพอลิส การเลี้ยงชันโรงจึงเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
4.จิ้งหรีด มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดกว่า 25,218 ราย มีจำนวนบ่อประมาณ 272,922 บ่อ จิ้งหรีดสามารถเลี้ยงได้ตลอดทั้งปีและสามารถเลี้ยงได้ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ปัจจุบันสามารถส่งออกจิ้งหรีดในรูปแบบจิ้งหรีดผงไปยังต่างประเทศ เช่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมีอีกหลายประเทศที่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาในการนำเข้า
อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อรมน ทรัพย์ทวีธรรม ระบุ จากการติดตามผลการจัดโครงการ “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี” กรณีช่วยสร้างโอกาสทางการค้าให้สินค้าแมลงทอดอบกรอบ ภายใต้แบรนด์ “แมลงรวย” จาก จ.อุดรธานี ที่ได้ลงพื้นที่ไปแนะนำเรื่องการต่อยอดธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) พบว่า ล่าสุดประสบความสำเร็จในการจับคู่ทำธุรกิจทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยได้วางจำหน่ายสินค้าแมลงทอดอบกรอบในซุปเปอร์มาร์เก็ตเอกภาพ สาขาสระบุรี และตลาดไทได้แล้ว และในเดือนก.ย.2564 มีกำหนดวางจำหน่ายแมลงทอดอบกรอบในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทั่วประเทศ และแมลงแช่แข็งในห้างแม็คโครปลายปีนี้
ส่วนตลาดต่างประเทศ แมลงรวยเตรียมขยายการส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) สหรัฐฯ เม็กซิโก จีน และอาเซียน ซึ่งแมลงรวยได้ติดต่อทำตลาดแล้ว มีผู้สนใจนำเข้าจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งในตลาด และมีโอกาสเติบโตสูง เช่น ตลาดคุนหมิง ฮ่องกง และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับการบริโภคสินค้าแมลงอยู่แล้ว แต่บางตลาด เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ผู้บริโภคแมลงมีจำนวนจำกัด เนื่องจากไม่นิยมบริโภค แต่ก็มีโอกาส หากเพิ่มการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
ทั้งนี้ ในการทำตลาดส่งออก กรมฯ ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการค้าให้กับสินค้าไทย เพราะคู่ค้าที่มี FTA กับไทย 13 ฉบับกับ 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย เปรู และชิลี และอยู่ระหว่างรอการบังคับใช้ความตกลง RCEP ในปี 2565 ไม่มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าจากสินค้าแมลงเพื่อบริโภคที่ส่งออกจากไทยแล้ว การใช้ FTA สร้างแต้มต่อ ก็จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และลดต้นทุนได้มากขึ้น
สินค้าแมลงรวย สามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้าแมลงทอดอบกรอบเป็นรายเดียวในประเทศ เป็นสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัยและกระบวนการผลิต โดยได้รับเครื่องหมาย อย. GMP , HACCP , CODEX และมาตรฐานวัตถุดิบฟาร์ม GAP และยังมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม สีสันสะดุดตา ทันสมัย สะดวกต่อการพกพา และรับประทานง่าย รวมทั้งนำเสนอสินค้าในรูปแบบแปลกใหม่และหลากหลาย มีแมลงทอดอบกรอบทั้งดักแด้ จิ้งหรีด และสะดิ้ง แมลงแช่แข็ง น้ำพริกแมลงละลายน้ำ และผงจิ้งหรีดเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่ คุกกี้ ในการเพิ่มโปรตีน เจาะตลาดกลุ่มผู้รักสุขภาพและเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่ต้องการเริ่มต้นกินแมลง โดยผงจิ้งหรีดมีโปรตีนสูงถึง 75% มีธาตุเหล็กมากกว่านม 3 เท่า และอุดมไปด้วยกากใย วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ทั้งเหล็ก สังกะสี แคลเซียม รวมทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย
นอกจากนี้ แมลงรวยยังอยู่ระหว่างการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาเป็นสินค้าเวย์โปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด เป็นอาหารเสริมที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักกีฬา
ปัจจุบันไทยส่งออกสินค้าแมลงมีชีวิต อันดับที่ 17 ของโลก โดยในช่วง 5 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ค.) ส่งออกแล้ว ปริมาณ 575 ตัน มูลค่า 85,346 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ 1.สหรัฐฯ ส่งออก มูลค่า 34,519 ดอลลาร์ สัดส่วน 40.45% ของการส่งออกทั้งหมด 2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่า 15,356 ดอลลาร์ สัดส่วน 17.99% 3.เยอรมนี มูลค่า 14,443 ดอลลาร์ สัดส่วน 16.92% 4.สหราชอาณาจักร มูลค่า 10,353 ดอลลาร์ สัดส่วน 12.13% 5.เนเธอร์แลนด์ มูลค่า 9,363 ดอลลาร์ สัดส่วน 10.97% และ 6.เกาหลีใต้ มูลค่า 1,149 ดอลลาร์สัดส่วน 1.35%





