วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

ฟ้าผ่า‘ไทยคม’ล้มประมูลดาวเทียม ยังไม่หมดหวัง! รอลุ้น‘เอ็นที’ให้บริหารต่อ

ฟ้าผ่า‘ไทยคม’ล้มประมูลดาวเทียม ยังไม่หมดหวัง! รอลุ้น‘เอ็นที’ให้บริหารต่อ

เหมือนฟ้าผ่าดังเปรี้ยง! หลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สั่งล้มประมูลวงโคจรดาวเทียม ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น จากกำหนดการเดิมที่จะจัดประมูลในวันที่ 28 ส.ค. นี้

โดยให้เหตุผลว่าอาจไม่ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี หลังมีผู้ยื่นประมูลเข้ามาเพียงรายเดียว คือ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM จึงตัดสินใจยกเลิกการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด

การประมูลดาวเทียมครั้งนี้ถือเป็นการประมูลครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่จะเปลี่ยนผ่านจากระบบ “สัมปทาน” ไปสู่ “ใบอนุญาต” โดยที่ผ่านมามี 3 บริษัทที่แสดงความสนใจและมาขอรับเอกสารการประมูล ได้แก่ บริษัท ทีซี สเปซ คอนเน็ค จำกัด ที่ไทยคมถือหุ้น 100%, บริษัท มิวสเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (เอ็นที)

แต่สุดท้ายมีแค่กลุ่มไทยคมที่ยื่นประมูลเข้ามาเพียงรายเดียว แม้ว่าจะมีการขยายเวลาเปิดรับเอกสารและยื่นคำขอรับใบอนุญาตออกไปแล้วก็ตาม จนต้องยกเลิกการประมูลในที่สุด

ก่อนหน้านี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ส่งหนังสือไปถึง กสทช.ชุดรักษาการ ขอให้ชะลอการเปิดประมูลดาวเทียมออกไปก่อน และรอ กสทช. ชุดใหม่ ที่อยู่ระหว่างการสรรหาเข้ามาดำเนินการ

ขณะเดียวกันบอร์ดนโยบายอวกาศแห่งชาติและบอร์ดดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีมติเห็นชอบให้ “เอ็นที” เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ หลังสัญญาสัมปทานกับไทยคมกำลังจะสิ้นสุด

ดังนั้น เมื่อการประมูลยังไม่เกิดขึ้น คนที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนี้ไม่พ้น “ไทยคม” เพราะสัมปทานดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ และดาวเทียมไทยคม 6 ที่รับโอนย้ายลูกค้ามาจากดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งถูกปลดระวางตั้งแต่ปีก่อน กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 ก.ย. นี้

ทำให้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2564 เป็นต้นไป การดูแลกิจการดาวเทียมทั้งหมดของประเทศไทยจะอยู่ภายใต้การกับดูแลของ “เอ็นที” ส่วนดาวเทียมของไทยคมอีก 2 ดวง คือ ไทยคม 7 และ ไทยคม 8 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ หลังมีข้อพิพาทว่าจะจัดเป็นดาวเทียมตามสัญญาสัมปทานหรือดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ตาม พ.ร.บ.กสทช. กันแน่

เท่ากับว่าหลังวันที่ 10 ก.ย. นี้ รายได้จากการบริการดาวเทียมของไทยคมจะเหลือเพียงแค่ 2 ดวงเท่านั้น คือ ไทยคม 7 และ ไทยคม 8 ส่วนไทยคม 4 ซึ่งเป็นรายได้หลักจากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการใน 14 ประเทศ เช่นไทย ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฯลฯ และไทยคม 6 จะไม่มีเข้ามาแล้ว

ส่วนที่หวังว่าจะมีรายได้จากวงโคจรใหม่ที่จะเปิดประมูลเข้ามาชดเชย ต้องเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด ยังไม่รู้ว่า กสทช. จะกลับมาเปิดประมูลเมื่อไหร่? รวมทั้งจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลักเกณฑ์ด้วยหรือไม่?

แต่ใช่ว่าจะมีแค่ข่าวร้ายอย่างเดียว พราะบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่าเมื่อ “เอ็นที” เข้ามารับหน้าที่บริหารจัดการดาวเทียมทั้งหมดของประเทศ มีโอกาสที่จะดึงไทยคมเข้ามารับช่วงต่อ เพราะต้องยอมรับว่าในประเทศไทย ไทยคมมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้มากที่สุด

ด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า การที่ กสทช. ยกเลิกประมูลดาวเทียมชั่วคราวถือเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อ THCOM แต่จะยังไม่มีผลต่อประมาณการและปัจจัยพื้นฐานของฝ่ายวิจัย เพราะวงโคจรที่นำมาประมูลตามกำหนดต้องใช้เวลาสร้าง 1-2 ปี โดยจะเริ่มสร้างรายได้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2566 ขึ้นไป 

ขณะที่สมมติฐานของฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมปัจจัยบวกจากการประมูลและการเจรจาเป็นพันธมิตรเพื่อบริหารดาวเทียมสัมปทานต่อไว้ในประมาณการ โดยมีราคาเป้าหมายของปี 2565 ในกรณี Worst Case ที่ 5.20 บาท ยังคงคำแนะนำขายทำกำไร

ทั้งนี้ มองว่าหากมีความคืบหน้าในการเจรจาเป็นพันธมิตรกับ “เอ็นที” เพื่อบริหารดาวเทียมสัมปทานต่อ ซึ่งคาดมีความชัดเจนในช่วงปลายเดือนนี้ และกำหนดการประมูลใหม่หากไม่เกิน 1 ปี ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะไม่มีผลต่อราคาเป้าหมายในกรณี Best Case ที่ 10 บาท อย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าช่วงดังกล่าวจะเป็นโอกาสของการขายทำกำไรอีกครั้ง