วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (12 ก.ค.64)

12-16 ก.ค. ยังเน้นหุ้นส่งออก และหุ้นฝ่าวิกฤตโควิดได้

อยู่ในช่วงรอดูสถานการณ์หลังเทขายเพราะ COVID-19

ในสัปดาห์ที่แล้ว (5-9 ก.ค.) ดัชนี SET ขยับลดลงอีกตามที่เราคาดเอาไว้ในบทวิเคราะห์รายสัปดาห์ โดยตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวนเนื่องจากนักลงทุนกลับมาเป็นกังวลกับโมเมนตั้มของเศรษฐกิจสหรัฐ และการที่จีนยังคงเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจด้านเทคโนโลยี และ fintech ซึ่งทำให้เกิดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยเลวร้ายหนักขึ้น โดยยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันพุ่งขึ้นจนใกล้ถึง 10,000 ราย ซึ่งอาจจะทำให้ความสามารถในการให้บริการรักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ส่งผลให้ ศบค. กลับมาประกาศใช้มาตรการคุมเข้มในกรุงเทพอีกครั้ง ดังนั้น หุ้นที่เน้นธุรกิจในประเทศ กลุ่มท่องเที่ยว และหุ้นในธีม reopening จึงยังคง underperform ต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี SET ลดลงไปจนต่ำกว่า downside ที่เราคำนวณเอาไว้ที่ 1,550 จุด ก่อนที่จะฟื้นกลับขึ้นมาเล็กน้อยในวันศุกร์หลังจากที่ earnings yield gap (EYG) ถ่างกว้างไปถึง 4.3% ซึ่งสูงกว่า EYG เฉลี่ยระยะยาวที่ 4.1%

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (12-16 ก.ค.) เราคาดว่าดัชนี SET จะอยู่ในโหมดของการพักฐาน ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เราคิดว่าตลาดหุ้นไทยสะท้อนมาตรการกึ่ง lockdown รอบล่าสุดไปเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อใหม่ และยอดผู้เสียชีวิตรายวันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น
นักลงทุนในตลาดจึงยังคงจับตาดูว่าตัวชี้วัดสถานการณ์ COVID-19 รายวันจะลดลงหรือไม่ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ หากยอดผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตยังทรงตัวในระดับสูง ศบค. อาจจะขยายระยะเวลาการใช้มาตรการคุมเข้มออกไปอีก ในขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกดูเป็นบวกมากขึ้นกับสินทรัพย์เสี่ยง และน่าจะช่วยจำกัด downside ของตลาดหุ้นไทยได้บ้าง เราคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายนซึ่งจะมีการประกาศในสัปดาห์นี้ อาจจะเป็นจุดสูงสุดของวัฏจักรรอบนี้ก่อนที่จะปรับลดลงมาในเดือนถัด ๆ ไป

ติดตามสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ, มาตรการสนับสนุนการบริโภค และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

(-) สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยหลังการใช้มาตรการคุมเข้มจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนภาวะตลาดหุ้นไทย ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นภายใน 14 วัน และมีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการกึ่ง lockdown ออกไป จะทำให้ตลาดได้รับผลกระทบด้านลบมากขึ้น

(0/+) ครม. จะอนุมัติมาตรการสนับสนุนการบริโภคเพิ่มเติม ในวันที่ 12 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจจะประชุมกันเพื่อออกมาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการคุมเข้มในกรุงเทพรอบล่าสุด ซึ่งคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณา
ของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคม

(0) โมเมนตั้มเศรษฐกิจสหรัฐ ในวันที่ 13 กรกฎาคม สหรัฐจะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายน ซึ่ง consensus คาดว่า headline CPI จะเพิ่มขึ้น 6.0% YoY และ core CPI จะเพิ่มขึ้น 4.6% YoY จากผลของฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเงินเฟ้อของสหรัฐ (YoY) น่าจะทยอยปรับลดลง
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ยังคงเน้นหุ้นส่งออก และหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID ในระยะสั้น

เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย และแรงกดดันในระยะสั้นจากการบังคับใช้มาตรการคุมกิจกรรมต่าง ๆ รอบล่าสุดจะยังคงกดหุ้นที่เน้นธุรกิจในประเทศ กลุ่มท่องเที่ยว และหุ้นในธีม reopening เอาไว้ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มส่งออก และหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID ต่อไป ในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า โดยในกลุ่มหุ้นส่งออก เราชอบ KCE*, HANA*, TU* และ SAT ส่วนหุ้นที่ปลอดภัยจาก COVID เรามองว่ากลุ่มโรงพยาบาล และบรรจุภัณฑ์เข้ากับธีมนี้ โดยเราชอบ BCH*, CHG*, EPG* และ SCGP*