วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กฟผ.เล็งขอรัฐขยายลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อน เป็น 5,000 เมกะวัตต์

กฟผ.เล็งขอรัฐขยายลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อน เป็น 5,000 เมกะวัตต์

กฟผ.เตรียมเสนอกระทรวงพลังงาน ขยายลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อน จาก 2,725 เมกะวัตต์ เป็น 5,000 เมกะวัตต์ บรรจุลงในแผนพีดีพีฉบับใหม่(PDP 2022) พร้อมดันเปิดประมูลเขื่อนอุบลรัตน์ ขนาด 24 เมกะวัตต์ ปลายปีนี้

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมเสนอกระทรวงพลังงาน พิจารณาขายกำลังการผลิตไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) หรือ โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ.จากปัจจุบันตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1(PDP2018 Rev1.) กำหนดให้ลงทุน จำนวน 9 แห่ง 16 โครงการ กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 2,725 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็นประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ โดยให้บรรจุลงในแผน PDP 2022 ที่ทางกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำแผนฯ

ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ.ที่ปัจจุบันได้ดำเนินการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาติดตั้งโครงการ(EPC) โครงการแรกที่เขื่อนสิรินธร ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ (MW) พบว่า มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าต่ำมาก เฉลี่ยไม่เกิน 1.5 บาทต่อหน่วย และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(COD) ภายในเดือน ก.ย.นี้ ถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้ค่าไฟฟ้าในอัตราต่ำแล้ว ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจากพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนที่มีความพร้อมในการลงทุนสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยอยู่แล้ว

162494157280

อีกทั้งทำให้การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนได้ใช้งานอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยช่วงกลางวันเป็นการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฯและกลางคืนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ทำให้ประเทศมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ และไม่ต้องลุกพื้นที่ป่าหรือพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อทำโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า

162494143971

อย่างไรก็ตาม กฟผ.มีความพร้อมที่จะขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ.ที่มีอยู่แล้วทั้ง 9 เขื่อน เพิ่มเป็น 5,000 เมกะวัตต์ เพราะการติดตั้งโซลาร์ฯในเขื่อนเป็นการออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่เพียง 1% ของเขื่อนเท่านั้น เช่น เขื่อนสิรินธร ติดตั้ง 45 เมกะวัตต์คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1% หากเพิ่มเป็น 10%ของพื้นที่ ก็จะผลิตได้ถึง 450 เมกะวัตต์เป็นต้น

“จริงๆแล้ว กฟผ.เรามีศักยภาพที่จะทำได้มากกว่า 1 หมื่นเมกะวัตต์ แต่ในเบื้องต้น ได้ปรึกษากับทางกระทรวงพลังงานแล้ว พบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเร่งโซลาร์ลอยน้ำ ขนาด 2,725 เมกะวัตต์ให้เร็วขึ้น จากปัจจุบัน กำหนดดำเนินการถึงปี 2580 อาจร่นระยะเวลาเหลือ 10 ปี โดย 5 ปีแรกจะขยายในส่วนที่ไม่ติดปัญหาใดๆ แต่ส่วนที่ติดปัญหาเรื่องการขออนุญาตพื้นที่ป่าไม้ ก็อาจต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี”

162494146054

ทั้งนี้ โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ขนาดกำลังการผลิต 2,725 เมกะวัตต์ มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 9 หมื่นล้านบาท หากขยายเพิ่มเป็น 5,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หรือไม่เกิน 2 แสนล้านบาท  

นายบุญญนิตย์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ กฟผ.ยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมกระบวนการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ หรือ “โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น (Hydro-floating Solar Hybrid )” ขนาด 24 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดขายเอกสารเชิญชวน(TOR) และเปิดประมูลได้ภายในปลายปีนี้ หรือ ช่วงไตรมาส 1ปี2565 เบื้องต้นมูลค่าโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการลงทุนที่สำคัญที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนราคากลางในการประมูลจะทำได้ในราคาถูกเหมือนกับโครงการแรกที่เขื่อนสิรินธรหรือไม่นั้น โดยปกติแล้วตามหลักเกณฑ์ฯจัดซื้อจัดจ้างของกฟผ.จะต้องยึดฐานราคากลางเป็นตัวตั้ง และจากโครงการแรกที่เปิดประมูลได้ก็ผ่านมา 2-3 ปีแล้วก็เชื่อว่า ต้นทุนต่างๆโดยเฉพาะราคาแผงโซลาร์ จะมีแนวโน้มถูกลง ดังนั้น ก็เชื่อว่าการเปิดประมูลโครงการต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแน่นอน