วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.31บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าตามการแข็งค่าของดอลลาร์หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปี65และเตรียมลดคิวอีเร็วกว่าตลาดคาดอาจเห็นในปีนี้ และมีแรงขายหุ้นไทยคาดวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.40บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.25-31.40 บาทต่อดอลลาร์

ในส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท  เรามองว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึง แรงซื้อเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้ค้าทองคำที่เตรียมทยอย Buy on Dip ทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวลงมาใกล้ระดับแนวรับสำคัญขณะเดียวกัน แรงกดดันฝั่งเงินบาทอ่อนค่ายังมาจากแรงขายหุ้นไทยสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับมา ตราบใดที่การแจกจ่ายวัคซีนยังมีปัญหา

อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมากหรืออ่อนค่าต่อเนื่องทะลุระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ เพราะผู้ส่งออกต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้หากไม่มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเร่งให้เงินบาทอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มขยับโซนในการแกว่งตัวจากเดิมเคยแกว่งตัวต่ำกว่า 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ก็จะขยับมาในโซน 31.20-31.40 บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินในฝั่งสหรัฐฯ เดินหน้าปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) กดดันให้ ดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลง -0.54% หลังจากที่ผลการประชุมเฟดระบุว่า เฟดอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 2 ครั้ง ในปี 2566 ซึ่งมากกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มปรับมุมมองและการถือครองสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับ ภาพการทยอยขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตของเฟด

นอกจากนี้ แม้ว่าโดยรวม เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.00%-0.25% ในการประชุมครั้งนี้  แต่สิ่งหนึ่งที่มีความชัดเจนมากขึ้น คือ เฟดกำลังเตรียมพร้อมที่จะปรับลดการทำคิวอี ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างเชื่อว่า เฟดอาจส่งสัญญาณลดการทำคิวอีได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ และ อาจประกาศลดการทำคิวอีได้เร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้(ตลาดมองลดจริงต้นปี 2565)

ทั้งนี้ ในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX50 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นราว +0.20% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นฝรั่งเศส เนเธอแลนด์ และอังกฤษ สะท้อนว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงหนุนและไม่ได้กังวลต่อภาพการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วกว่าคาดของเฟด เนื่องจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงอยู่ และแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรปก็ดีขึ้นต่อเนื่อง

ทางด้านตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 8bps สู่ระดับ 1.58%  ตามแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของเฟด ทั้งการทยอยลดคิวอี และการขึ้นดอกเบี้ยที่อาจเกิดได้เร็วกว่าที่ตลาดเคยมองไว้

ส่วนในฝั่งตลาดค่าเงิน แนวโน้มเฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วขึ้นกว่าคาดยังได้ช่วยหนุนให้ เงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% สู่ระดับ 91.13 จุด กดดันให้เงินยูโร (EUR) อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1994 ดอลลาร์ต่อยูโร เช่นเดียวกับ เงินเยน (JPY) ที่อ่อนค่าลงใกล้ระดับ 110.7 เยนต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้กดดันให้ ราคาทองคำ ร่วงลงต่อเนื่อง สู่ระดับ 1,817 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งใกล้กับแนวรับของราคาทองคำในโซน 1,790-1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทำให้อาจมีผู้เล่นบางส่วนรอจังหวะ Buy on Dip ทองคำได้

สำหรับวันนี้ เรามองว่า หลังตลาดการเงินทราบผลการประชุม FOMC บรรดาผู้เล่นในตลาดก็จะกลับมาให้ความสนใจแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ว่าจะมีทิศทางสอดคล้องกับมุมมองของเฟดล่าสุดหรือไม่ โดยตลาดแรงงานจะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนผ่าน ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ที่ลดลงต่อเนื่อง สู่ระดับ 3.6 แสนราย