บล.เอเซีย พลัส เผย ไทยฉีดวัคซีนมากขึ้น หนุน เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้น ประชาชนเริ่มออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอย พร้อมคัด 17 หุ้น Laggard มีโอกาสปรับขึ้น รับอานิสงส์วัคซีน แนะBJC, BEM, ADVANCเด่นสุด
ภาพของการเร่งฉีดวัคซีนในไทยเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี ล่าสุดฉีดได้เกือบ 5 แสนลายต่อวัน ทำให้เมืองไทยมีโอกาสเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัยฯยังคงยืนยันมุมมองเดิม ว่า SET Index ในเดือนนี้ มีโอกาสเดินหน้าต่อจาก 3 ปัจจัยหนุน คือ
1. Fund Flow มักจะไหลเข้าตลาดหุ้นปริมาณสูงกว่าเดิมในช่วงที่มีการเร่งฉีดวัคซีน สอดคล้องกับปัจจุบันที่ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยสูงถึง 7.5 พันล้านบาท (mtd) เป็นเดือนที่ถูกซื้อสุทธิสูงสุดในปีนี้ และสูงสุดในตลาดหุ้นภูมิภาค
2. SET Index มีโอกาสเดินหน้าต่อ เนื่องจากช่วงที่เร่งฉีดวัคซีนหุ้นเมืองนอกมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ 3 – 5% ต่อเดือน ในช่วง 2 เดือนหลังจากนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ Outperform มาก แต่ยังปรับตัวชึ้นมาแล้ว 2.05%mtd ขณะที่ตลาดหุ้นโลกยังทรงๆตัวอยู่ที่ 0.58%mtd
3. การเคลื่อนที่ออกจากบ้านไปซื้อของของประชากรเริ่มกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงระดับปกติก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 ช่วงต้นปี 2563 และน่าจะเห็นความต่อเนื่องจากมาตการกระตุ้นที่ทยอยออกมา อาทิ มาตการยิ่งใช้ยิ่งได้ ช่วยหนุนหุ้น Domestic หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการ Reopening กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้ง 3 ปัจจัยล้วนหนุนให้ SET Index มีโอกาสเดินหน้าต่อ ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการคัดกรองหาหุ้นที่มีโอกาส Outperform ได้ดีในช่วงต่อจากนี้ โดยแนะนำหุ้น Domestic ขนาดใหญ่ พื้นฐานแข็งแกร่ง ราคา Laggard น่าจะเป็นเป้าหมายของ Fund Flow ในลำดับต้นๆ ต่อจากนี้ โดยผ่าน 3 เงื่อนไขดังนี้
1. เลือกหุ้น Domestic ขนาดใหญ่มี (Market Cap. > 4 หมื่นล้านบาท)
2. มีพื้นฐานแข็งแกร่ง (ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำ “ซื้อ”)
3. ยังขึ้นช้ากว่ากลุ่มฯ และตลาดฯ สวนทางพื้นฐาน (Retrurn ytd น้อยกว่ากลุ่มฯ และตลาด)
ผลลัพธ์ได้หุ้นที่น่าสนใจลงทุน 17 บริษัท คือ







