วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สุริยะ’ เร่งสกัดคลัสเตอร์โรงงาน ห่วงแรงงานติดเชื้อ 7,100 ราย

‘สุริยะ’ เร่งสกัดคลัสเตอร์โรงงาน ห่วงแรงงานติดเชื้อ 7,100 ราย

“สุริยะ” เร่งหารือ “แรงงาน” หยุดคลัสเตอร์โรงงาน ลุยฉีดวัคซีน สั่งทุกโรงงานลงทะเบียนแอพ “ไทย สต็อป โควิด” สุ่มตรวจทุกวัน

นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย 'กรุงเทพธุรกิจ' ว่า จากการระบาดของโควิด-19 ในกลุ่มคลัสเตอร์โรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียมที่จะประชุมร่วมกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในวัน 11 มิ.ย.2564 เพื่อหารือแนวทางการเร่งระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันการระบาดในโรงงาน

สำหรับการหารือดังกล่าวจะร่วมกับกำหนดประเภท และพื้นที่ของโรงงานที่จะฉีดวัคซีน รวมทั้งการกำหนดจุดฉีดวัคซีน ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งเข้าร่วมเป็นจุดฉีดวัคซีน คาดว่าจะเริ่มฉีดในโรงงานที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ที่มีโรงงานหนาแน่น รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ 

นอกจากนี้ วันที่ 9 มิ.ย.นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือกับกระทรวงสาธารณสุข ,กระทรวงแรงงาน ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางป้องกันการระบาดในโรงงานอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาบังคับใช้ทันที

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเร่งด่วนนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกมาตรการเข้มงวดสั่งการให้โรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานเกิน 200 คน ทั่วประเทศมี 3,200 แห่ง ลงทะเบียนในแอพลิเคชั่น THAI STOP COVID ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจเชคการดำเนินงาน และขั้นตอนการปฏิบัติงานในโรงงาน อย่างละเอียดป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

ส่วนโรงงานอื่นทั่วประเทศอีก 60,000 แห่ง จะต้องลงทะเบียนแอพลิเคชั่น THAI STOP COVID และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครับภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ รวมทั้งทุกโรงงานจะต้องเข้าไปลงทะเบียนในแอพลิเคชั้นไทยเซฟไทย ของกรมอนามัย เพื่อประเมินสุขภาพของพนักงานในโรงงานทุกวัน

“หลังจากวันที่ 15 มิ.ย. นี้ อุตสาหกรรมจังหวัดและคณะกรรมการโควิดจังหวัดจะออกสุมตรวจโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไปทุกวัน และหากพบว่ามีโรงงานที่ปล่อยปะละเลย มีความหละหลวม ก็จะมีมาตรการลงโทษอย่างเฉียบขาด ซึ่งมาตรการนี้ขะช่วยเพิ่มความเข้มงวดให้กับโรงงานในการป้องกันการแพร่นะบาดของโควิด ในขณะที่ภาครัฐก็จะเร่งระดมฉีดวัคซีนให้กับแรงงานในโรงงานอย่างเร่งด่วน ซึ่งเมื่อทำควบคู่กันก็จะช่วยลดการแพร่ระบาดไปได้มาก”

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ติดตามข้อมูลโรงงานที่มีแรงงานติดโควิด-19 แล้ว 132 โรง มีแรงงานติดเชื้อ 7,100 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงงานหนาแน่น เช่น ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี หระนครศรีอยุธยา สระบุรี สงขลา 

ทั้งนี้ ส่วนมากจะเริ่มติดจากแรงงานต่างด้าวและระบาดไปสู่โรงงานต่างๆ ซึ่งในขณะนี้หากคณะกรรมการโควิดประจำจังหวัดตรวจพบคลัสเตอร์การระบาดในโรงงาน ก็จะพิจารณาปิดโรงงานทันที หากติดมากหลักสิบคนขึ้นไปก็จะปิดโรงงาน 14 วัน เพื่อกักตัวแรงงาน และฆ่าเชื้อทำความสะอาดโรงงาน แต่หากติดไม่ถึงสิงคนก็จะดำเนินมาตรการกักตัวแรงงานบางส่วนและทำความสะอาดโรงงาน รวมทั้งการเข้าไปฉีดวัคซีนเชิงรุก

“ในขณะนี้การระบาดในโรงงาน ยังส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไม่มากนัก เพราะยังกระจุกตัวในบางพื้นที่ แต่หากปล่อยให้มีการระบาดใหญ่ก็อาจจะกระทบต่อกำลังการผลิตและซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบได้ ดังนั้นกระทรวงฯ จึงได้ออกมาตรการเข้มงวดป้องกันการระบาด ออกสุ่มตรวจถี่ยิบ และร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อลดการแพร่ระบาด และเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด” นายเดชา กล่าว