วีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่เปิดทางลูกค้าชาวต่างชาติ
- What’s new
รัฐบาลอนุมัติโครงการวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR visa) ใหม่สำหรับชาวต่างชาติ 4 กลุ่มหลัก
- Analysis
ตามที่รัฐบาลได้เปิดเผยในช่วงต้นปีว่าอาจพิจารณาเพิ่มโควตาเจ้าของชาวต่างชาติสำหรับการซื้อคอนโดมิเนียมระดับบน (มูลค่าต่อหน่วยมากกว่า 10ลบ.) ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3-5 ปี จากเดิม 49% เป็น 70-80% อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดหลายประเด็นที่ต้องมีการจัดการก่อนจะปรับเกณฑ์ เช่น การอนุญาตโครงการวีซ่าพิเศษระยะยาวเพื่อสนับสนุนการซื้อและเข้ามาอยู่อาศัยภายในประเทศ, สิทธิในการโหวตออกเสียงในการประชุมประจำปีของโครงการอาคารชุดและกฎหมายนิติบุคคลสำหรับการบริหารคอนโดมิเนียม โดยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านรัฐบาลได้มีการอนุมัติโครงการวีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงเพื่อคลายเกณฑ์สัดส่วนการถือครองชาวต่างชาติดังกล่าว โดยโครงการนี้จะให้วีซ่าพำนักระยะยาว (long-stay visa) ระยะเวลา 10 ปีสำหรับชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม:
- นักลงทุน – โดยมีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย, ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) หรืออสังหาริมทรัพย์ ที่ขั้นต่ำ US$500k (ราว 15ลบ.),
- กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-skilled professional) – ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐ (เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและคลาวด์ดิจิตัล)
- ผู้ประกอบอาชีพด้านดิจิตัล – ทำงานในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ดำเนินงานมามากกว่า 3 ปี หรือสร้างรายได้ต่อปีมากกว่า US$1b
- กลุ่มผู้เกษียณอายุ – อายุ 50 ปีขึ้นไปมีรายได้ขั้นต่ำ US$50k หรือเงินลงทุน US$250k ในพันธบัตรรัฐบาลไทย, ลงทุนทางตรง หรืออสังหาริมทรัพย์
เรามองมาตรการวีซ่าใหม่คลอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นในแง่ของสินทรัพย์และความหลากหลายของอาชีพเทียบกับโครงการ Flex One โดยเราเชื่อจะได้เห็นการปรับกฎเกณฑ์ต่างๆอีกเพื่อเปิดทางการเพิ่มโควตาการถือครองทรัพย์สินไทยของชาวต่างชาติในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตามเรามองว่านโยบายอาจไม่ได้สร้างความตื่นเต้นระยะสั้นในตลาดอสังหาฯเนื่องจากการระบาดของ Covid-19 ยังคงเป็นประเด็น แต่มาตรการมีแนวโน้มจะให้ความต้องการอสังหาฯไทยจากชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น และส่งผลประทบทำให้ราคาที่ดินปรับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- Action/ Recommendation
เราคงมุมมองผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยทุกรายจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ แต่ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในกลุ่มตลาดและสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติสูง เช่น SIRI, ANAN and NOBLE จะมีความได้เปรียบกว่า









