วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นแชมป์ตั้งธุรกิจใหม่อีอีซี ยอดรวม4เดือนลดลง0.52%

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยยอดจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่อีอีซี 4 เดือนแรกปีนี้ ลดลง 0.52% ชลบุรี ยังแรงไม่หยุดยอดจดสูงสุด ขณะที่ต่างชาติญี่ปุ่นเร่งปิดธุรกิจในพื้นที่สูงสุด

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ข้อมูลธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก : Eastern Economic Corridor (EEC) ประกอบด้วย

เขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน ม.ค.-เม.ย.2564 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ รวม 2,317 ราย ทุนจดทะเบียน 5,053.58 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 2,329ราย เติบโตลดลงคิดเป็น 0.52% และมูลค่าทุนจดทะเบียนลดลงจาก6,054.44 ล้านบาท คิดเป็น 16.53% โดย ธุรกิจจัดตั้งใหม่สัดส่วน67.46% อยู่ในจังหวัดชลบุรี หรือ จำนวน 1,563 ราย

ปัจจุบันพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซีมีนิติบุคคลคงอยู่ ณ 30 เม.ย. 2564 จำนวน 74,693 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 1.98 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น จ.ชลบุรี54,158 ราย คิดเป็น 72.50% จ.ระยอง 14,435 ราย คิดเป็น 19.33%  และ จ.ฉะเชิงเทรา 6,100 ราย  คิดเป็น 8.17%

ด้านประเภทธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการ คิดเป็น 60.59% รองลงมาคือการขายส่งขายปลีก คิดเป็น 24.30% และการผลิต คิดเป็น 15.11% ธุรกิจที่ยังดำเนินกิจการอยู่ที่มีจำนวนสูงสุด 3 อันดับ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มการผลิต คือ ธุรกิจกลึงกัดไสโลหะ จำนวน 918 ราย มีรายได้ 10,119.83 ล้านบาท กลุ่มขายส่ง/ปลีก คือ ธุรกิจขายส่งเครื่องจักรอื่นๆ จำนวน 1,566 ราย มีรายได้24,370.26 ล้านบาท กลุ่มบริการ  คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 13,782 ราย มีรายได้ 50,411.71 ล้านบาท 

สำหรับการถือหุ้นของต่างชาติในนิติบุคคลไทยคิดเป็น 40.93% ของทุนทั้งหมด โดยสัญชาติญี่ปุ่นมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็น 47.21% รองลงมาคือ จีน มีสัดส่วนคิดเป็น 11.79% และสิงคโปร์มีสัดส่วนคิดเป็น 5.38%   โดยมีการลงทุน ในจังหวัดระยองสูงสุดคิดเป็น 52.78%

นายทศพล กล่าวว่า  ธุรกิจที่ลงทุนโดยสัญชาติญี่ปุ่นสูงสุด 3 อันดับแรก เรียงลำดับจากมูลค่าทุนจดทะเบียน ได้แก่ 1. ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ มูลค่าการลงทุน 77,729.27 ล้านบาท 2. ผลิตอะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม มูลค่าการลงทุน 38,720.91 ล้านบาท 3. ผลิตยางล้อและยางใน มูลค่าการลงทุน 31,797.31 ล้านบาท