วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SKN - ซื้อ (27 พ.ค.64)

ผลการดำเนินงานของบริษัทอยู่ในช่วงการเติบโต

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • กำไรสุทธิงวด 1Q21 เติบโตโดดเด่น +7%QoQ และ +185.6%YoY

งวด 1Q21 มีรายได้ที่ระดับ 745.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +13.9%QoQ และ +18.9YoY เนื่องจากมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น และการขายสินค้าตามเงื่อนไขการขายแบบ CNF (ผู้ส่งออกไม่ต้องรับผิดชอบค่าประกัน) เพิ่มสูงขึ้นมาก ประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์แผ่นใยไม้อัด MDF เพิ่มขึ้น ในส่วนของอัตรากำไรขึ้นต้นอยู่ที่ระดับ 35.1% เพิ่มขึ้นจาก 22.2% ในไตรมาสก่อน และ 22.6% ใน 1Q20 ตามราคาขายที่ปรับขึ้น และ Economies of Scale ของสายการผลิตที่ 2 ประกอบกับมุ่งเน้น Product Mix โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มี Value added เพิ่มขึ้น ขณะที่ %SG&A/Sales อยู่ที่ 20.6% เพิ่มขึ้นจาก 15.9% ใน 4Q20 และ 16.6% ใน 1Q20 มีสาเหตุหลักมาจากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก และบริษัทย่อยเอส.คลีเบอร์ เคมีคอล  เริ่มดำ เนินการทดสอบผลิตและทดสอบระบบเครื่องจักร ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ1Q21 เท่ากับ 86.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +129.7%QoQ และ +185.6%YoY โดยกำไร 1Q21 คิดเป็น 46.3% ของประมาณการของเรา

 

  • ปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น 45.1% จากอัตรากำไรขึ้นต้นที่ดีขึ้น

เราคงประมาณการรายได้ปี 21 ที่ระดับ 2,575.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4.4%YoY แต่ปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นจากเดิม 24.7% เป็น 29.5% เนื่องจากบริษัทสามารถปรับราคาขายขึ้นได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อน ขณะที่สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นโรงงานกาวและสารเคมีในนามบริษัทย่อย เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประหยัดต้นทุนกาวและสารเคมีได้มากขึ้น (คิดเป็นสัดส่วน 50%ของต้นทุนรวม) ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น 45.1%  สู่ระดับ 271.4 ล้านบาท เติบโต 66.4%YoY

 

  • ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 40 บาท พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

ผลการดำเนินงานของบริษัทอยู่ในช่วงการเติบโตที่โดดเด่น เราจึง ประเมินมูลค่าอิง Average PE+1SD  ที่ 18.8 เท่า (จากเดิมใช้ Average = 15 เท่า) ภายใต้สมมติฐานประมาณการใหม่ ได้ราคาเหมาะสมปี 21 เท่ากับ 6.40 บาท (เดิม 3.46 บาท) มี Upside จากราคาปัจจุบันราว 18.5% ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป็น “ซื้อ” พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 3.2%

ปัจจัยเสี่ยง

       i) ความผันผวนของราคาวัตถุดิบไม้

      ii) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

     iii) ผู้บริโภคหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้ประเภทอื่น