“จุรินทร์” เผย แก้ปัญหาตู้ขาดแคลน ไฟเขียวเรือขนาดใหญ่ 400 เมตรเทียบท่าเรือแหลมฉบัง ขนสินค้าไทยไปขายได้ 458,000 ตัน มูลค่า 35,000 ล้านบาท เตรียมเจรจาแก้ไขเปิดให้เทียบท่าได้ถาวร
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam ที่เข้าเทียบท่าท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่า ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์หรือตู้สินค้า ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ในการส่งออกของไทย ซึ่งตนได้มีการประชุมกรอ.พาณิชย์ ร่วมกับการท่าเรือและภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิด และแก้ไขให้เรือขนาดใหญ่ขนาด 300-400 เมตรเข้ามาเทียบท่าเรือเหลมฉบัง เพื่อขนตู้เปล่าเพื่อบรรจุสินค้าไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น ล่าสุดวันที่ 5 พ.ค.เรือขนาดใหญ่ 399 เมตรได้เข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง สามารถบรรทุกตู้สินค้าเข้ามาได้ประมาณ 12,000 ตู้ และล่าสุดวันนี้(26 พ.ค.) เรือสินค้า MSC Amsterdam ขนาด 399 เมตร ได้เข้ามาอีกลำ สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ 4,000 ตู้ สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ 80,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่ 2 มิ.ย.และวันที่ 19 มิ.ย.
" รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น 7 ลำ สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ 23,000 ตู้ สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ 458,000 ตันรวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ 35,000 ล้านบาท “
ขณะนี้ปัญหาตู้สินค้าที่ขาดแคลนเริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการ โดยไทยใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ 128,000 ตู้ อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด 300-400 เมตรภายในเวลา 2 ปี แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน ซึ่งขณะนี้การส่งออกของไทย เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุดตัวเลขการส่งออกของไทยตั้งแต่ต้นปีเป็นบวก โดยดือนมี.ค.เป็นบวกถึง 8.47% และเดือนเม.ย.บวกถึง 13.09% และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังนั้นการแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยเฉพาะการส่งออกผ่านทางเรือ






